ช่วงนี้ผมได้เห็นโพสต์แนว ‘bitterness’ แปลไทยว่า ‘ขมขื่น’
คือพยายามต่อว่าคนที่ใช้ suno แต่งเพลง หรือ vibe code ว่าพวกนี้ไม่ใช่ ‘นักดนตรี’ หรือ ‘โปรแกรมเมอร์’ หรือไม่ใช่ x เพราะคุณไม่มีพื้นฐาน y (เติมได้ตามใจชอบ)
ผมเป็นคนหนึ่ง ที่จนป่านนี้ยังไม่ใช้ ai ช่วยทำเพลงให้จบ หรือคิดพาร์ททางดนตรีให้ (แต่เคยใช้ช่วย mastering) เหตุผลสำคัญคือใช้ไม่ลง ไม่กล้าแม้แต่จะลอง prompt และผมรู้จักคนที่วาดรูปเก่งมาก สวยมาก และทำเป็นอาชีพ ที่ไม่กล้าลองใช้ gen ai มาช่วย อาจเพราะมันขัดความรู้สึก และขัดใจในอะไรหลายอย่าง บางคนฝึกวาดรูปตั้งแต่จำความได้ สมองเทรนมาแบบนี้
ส่วนคนที่ไม่เคยเล่นดนตรี ไม่มีพื้นฐานอะไรเลย ทำรายได้จาก suno เดือนละแตะหลายแสนบาทได้ จากการออกเพลงเดือนละอัลบั้ม ถ้าถามผมว่ารู้สึกขมขื่นไหม ผมคิดได้เพียงว่าคนไม่เคยมีพื้นฐานกลับกล้าลองทำ เพราะมันช่วยให้พวกเขามีฝันที่เป็นจริงได้ แถมยังทำเงินได้อีก แล้วผมจะไปว่าอะไรพวกเขา หรือจะรู้สึกขมขื่นทำไมให้ใจตัวเองเสีย
ก่อนหน้านี้ผมรู้จักน้องอีกคนนึง มาเป็นลูกค้า GROOV ทำรายได้เดือนละเป็นแสนจากการทำเพลงผ่านวิธีการแบบ beat maker โดยที่ไม่มีพื้นฐานดนตรี ไม่เคยเล่นมาก่อน มีรสนิยมล้วน ๆ แต่แค่นั้นไม่พอ เขาใช้วิธีคล้าย SEO ของวงการเว็บ มาใช้ให้เพลงเขาติดอันดับใน spotify จนได้ยอดฟังจำนวนมาก เคสนี้กับเคสใช้ suno อาจมี creative process ต่างกัน แต่ปลายทางเหมือนกัน คือผลิตงานออกมาแล้วทำรายได้ คุณอาจโทษคนฟังเพลง AI ว่าไม่มีรสนิยม ทำไมถึงจับไม่ได้ คุณอาจบอกคนสร้างงานผ่าน AI ว่าไม่ใช่นักดนตรี ซึ่งพวกเขาไม่ได้แคร์ด้วยซ้ำว่าคุณจะว่าเขายังไง แต่มันเปลี่ยนข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าพวกเขามีวิธีหารายได้ แล้วคุณจะมารู้สึกขมขื่นให้มันได้อะไรขึ้นมา?
เคสแบบนี้เป็นอีกหนึ่งในหลายเคสที่บอกผมว่าโลกกว้างใหญ่มาก คุณไม่ต้องดัง ไม่ต้องโชว์หน้า แค่ทำทุกอย่างถูกต้อง คุณก็มีรายได้
กลับมาที่เคส coding ผมเคยทำเงิน เคยดูแลระบบเว็บให้ลูกค้าจำนวนมาก แล้วพบ pain point เยอะมากจากงานนี้ คุณต้องอ่านเอกสารจำนวนมาก ลองผิดถูก ทำนานแค่ไหนก็ยังต้องการ ref ใกล้มือ เพราะสมองคนมันจำไม่ได้ทั้งหมด ทั้งที่จุดประสงค์คุณคือต้องการผลลัพธ์ ต่อมา AI ช่วยปิดข้อจำกัดนี้เยอะมาก มันอาจไม่ได้ระดับแทนที่ทุกอย่าง แต่พอมันเริ่มส่งผลลัพธ์ที่ต้องการได้ ทำไมเราจะไม่ใช้มัน ส่วนเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย ก็เป็นเรื่องที่เราคอยตรวจอีกที และนับวันระบบการตรวจมันก็เก่งขึ้นเรื่อย ๆ
มันจะมีคนขมขื่นอีกมาก เพราะ AI มันเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนขยับมาเท่าเทียมกัน คนไม่เคยอ่านภาษาอังกฤษออกเลย ก็จะสามารถใช้เครื่องมือที่ก่อนหน้านี้คนที่อ่านภาษาออกเท่านั้นถึงจะใช้ได้ คนบางคนทำงานเกี่ยวกับภาษาตรง ๆ พูดได้หลายภาษาจากการเรียนมาตลอดชีวิต จะรู้สึกหวั่นไหวไปเลย เพราะ AI พูดได้ทุกภาษาในโลกที่มีการบันทึกไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ คำแนะนำผมคงทำได้แต่เพียง เลิกรู้สึกขมขื่นแล้วลองหาที่ยืนในโลกที่กำลังเปลี่ยนแบบไม่กลับไปจุดเดิม
ช่วงนี้กำลังทำระบบ AI เพื่อให้มันรันธุรกิจโดยใช้คนในส่วนที่ AI ยังทำแทนไม่ได้ แต่ AI กับงานดนตรี ผมจะเริ่มนำมาใช้ co-produce ไม่ใช่เพื่อจะให้ส่งเพลงเดือนละ 10 เพลง แต่แค่ช่วยเราทำงานของเราให้เสร็จ ในแบบที่เราต้องการโดยที่ไม่ได้เสียความเป็นตัวเราไป เหมือนกับที่ผมพิมพ์ในโพสต์นี้ทุกตัว เพราะถ้าเราไม่คิด ไม่เขียน ตัวเราก็ไม่เหลืออะไรเลยครับ