สิงคโปร์: เป็นโสดทำไม

สิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งรัฐที่มี public policy ‘เป็นโสดทำไม’ หลายอย่าง ตั้งแต่ถ้าแต่งงานรัฐช่วยหาที่อยู่ให้ ถ้ามีลูกยิ่งได้สิทธิพิเศษลดราคาที่อยู่อาศัยที่ปกติเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เพื่อผลิตคนรุ่นใหม่ให้มาสมดุลย์กับคนรุ่นเก่าที่มีมากขึ้นทุกวัน รัฐไทย เคยมีนโยบายเป็นโสดทำไมเหมือนกัน ช่วงจอมพลแปลก แต่แทนที่จะใช้การสนับสนุนคู่รักใหม่ กลับกลายเป็นเก็บภาษี ‘คนโสด’ แทน ซึ่งมันไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสมเท่าไร (Negative Method) ภายหลังเลยเลิกไป รัฐไทยไม่เคยกลัวคนรุ่นใหม่มีไม่พอ แค่ปล่อยให้เพศศึกษาห่วยๆ แบบนี้เหมือนเดิม ประชากรหน้าใหม่ก็เกิดได้ทุกวัน หมายเหตุ: ผมเขียนโพสต์นี้ในตอนเช้า ก่อนจะได้รู้ข่าวนักวิชาการคิดตื้นเสนอเรื่องภาษีคนโสด โดยไม่พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์และความเป็นจริง ภาพ Feature จาก Thomasville Family

Cameron Highlands, Malaysia

Cameron Highlands เป็นพื้นที่สูงสลับหุบเขา ความสูงเหนือน้ำทะเล 1500 เมตรขนาดพื้นที่ประมาณสิงคโปร์ ถูกค้นพบโดย William Cameron นักสำรวจพื้นที่เพื่อทำแผนที่ของรัฐบาลอังกฤษในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 แต่ต้องใช้เวลาหลังจากนั้นอีก 30 ปีกว่าที่ George Maxwell หัวหน้ากองเลขาธิการจะบรรจุ Cameron Highlands ลงในแผนที่ของมาเลเซีย เพราะอากาศหนาวเย็นตลอดปี พื้นดินอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีคนมาตั้งถิ่นฐานสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อทำกสิกรรม และใช้เวลาไม่นานเท่าไร ก็มาอยู่กันเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยว กสิกรรมมีไร่ชาขึ้นชื่อมาก เพราะมีนักธุรกิจอังกฤษมาบุกเบิกไว้กว่า 80 ปีแล้ว แบ่งเป็นเมืองย่อยอีกสองสามเมือง เมืองหน้าด่านที่ใครๆ ก็ต้องผ่านคือ Tanah Rata คำว่า Tanah จะพบบ่อย ภาษามาเลย์แปลว่าแผ่นดิน ส่วน Rata แปลว่า เรียบหรือ Flat เมืองอื่นๆ ใกล้ๆ กันมี Ringlet กับ Brinchang ทุกเมืองมีคนอยู่หนาแน่น คึกคักมาก อย่างโรงแรมที่ผมพัก แม้จะเก่าแค่ไหน ไม่มี […]

Pythagoras

จะกล่าวถึงพิธากอรัส ในช่วงที่พิธากอรัสและสาวก ได้ทำการเผยแพร่ทฤษฎีบทอันเป็นลายเซ็นของเขาจนเลื่องลือไปในหลายแคว้น อันที่จริงมีการค้นพบทีหลังว่าแนวคิดของทฤษฎีบทนี้ไม่ได้ถูกค้นพบโดยพิธากอรัส มาแต่แรก หากแต่มีหลักฐานว่าชาวบาบิโลเนี่ยนค้นพบมันมาก่อน นั่นหมายความว่าพิธากอรัสอาจเป็นเพียงผู้เผยแพร่ (Publisher) หรืออย่างน้อยเขาก็ได้ทำการพิสูจน์ หรือเป็นแนวหน้าในการ Advocate ทฤษฎีบทนี้ ความสวยงามของทฤษฎีบทนี้คือการที่เราพิสูจน์มันได้หลายวิธี หรือแม้แต่ทำการพิสูจน์วิธีการพิสูจน์อีกที จนสิ้นสงสัย ยิ่งพิสูจน์ว่ามันเป็นจริงได้ในทุกกรณี ยิ่งเข้าใกล้ ความเป็นสัจนิรันดร์ หรือ “สัจธรรม” (Absolute Truth) ความสวยงามยิ่งกว่านั้นคือ เราสามารถชื่นชมทฤษฎีบทนี้ โดยไม่ต้องปวารณาตัวเองเป็นสาวกของพิธากอรัส (And his servant) หรือแม้แต่มีศรัทธาในตัวพิธากอรัส เพราะตัวทฤษฎีบทและการพิสูจน์มันงดงามในตัวเองแล้ว ที่สำคัญคือไม่เคยมีใครฆ่าคนที่ไม่ชื่นชมในทฤษฎีบทนี้ มีแต่การนำทฤษฎีบทนี้ไปใช้ในประโยชน์ชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์สุขในมวลมนุษยชาติ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องทราบซึ้งในบุญคุณของพิธากอรัสหรือแม้แต่ใครคนแรกที่คิดค้นมันขึ้นมา ทฤษฎีบทนี้คือภูมิปัญญาของมนุษยชาติ เป็นเพียงหลักไมล์เล็กๆ ในภูมิปัญญามากมายที่มนุษย์ร่วมกันสร้างสรรค์ค้นพบ เพื่อตอบสนองความอยากรู้อันไม่มีที่สิ้นสุดในตัวเรา ทฤษฎีบทนี้จะดำรงอยู่ด้วยตัวมันเอง โดยไม่ต้องก่อตั้งสถาบันเฉพาะเพื่อมาเผยแพร่ เพราะความเป็นสัจธรรมของมันเอง นั่นก็เพียงพอแล้วในการดำรงอยู่