Tapbots Paul Haddad Interview ผู้สร้าง Twitter Client ที่ดีที่สุดบน iPhone
ปกติตามอยู่ใน Twitter ปากของพี่เขาไม่ธรรมดาเช่นกันครับ :P
PHz (Perthz) Werawat WeraIn My Opinion ในความคิดเห็นFiled under: twitterTapbots Paul Haddad Interview ผู้สร้าง Twitter Client ที่ดีที่สุดบน iPhoneปกติตามอยู่ใน Twitter ปากของพี่เขาไม่ธรรมดาเช่นกันครับ :P ข้อดี-ข้อด้อย ของการตอบ tweet ด้วย RT
เข้าใจว่ามีการพูดเรื่องนี้กันมาก่อนแล้ว แต่ Tweets ของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้รับการ RT ต่อ และมี feedback กลับมามากที่สุดตั้งแต่ใช้ twt มา 2 ปีกว่าๆ เลยครับ จึงขอ blog เกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อเป็นที่ระลึก
(ภาพ 1. ข้อความต้นเหตุที่มาของ post นี้ จะเห็นว่ามีการ Retweet ผ่าน API สองครั้ง แต่จริงๆ แล้วมีการ RT และตอบกลับผ่านระบบดั้งเดิมเกินกว่า 10 ถือเป็นครั้งแรกที่มากที่สุดตั้งแต่ใช้ twt เป็นต้นมา)
twt หรือ twitter นั้นสร้างขึ้นมาด้วยแนวคิดเรียบง่าย ส่งข้อความ 140 ตัวอักษรออกมาจากความคิด หรือต้องการสื่อสารกับคนอื่นๆ ความง่ายก่อให้เกิดความซับซ้อนมากขึ้น ในแง่ที่ผู้ใช้ทั้งหมด ได้ร่วมกำหนดทิศทางให้ twt นั้นเดินตาม เช่น Features Retweet (การผลิตซ้ำข้อความที่น่าสนใจ เรียกย่อๆ RT) ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามา RT นั้นใช้ง่ายและสนุก เพราะเราผลิตมันด้วยคลิกเดียว (Twitter Clients ส่วนใหญ่สนับสนุนก่อนหน้า twt เองเสียอีก) ซึ่งง่ายกว่าการที่เรากำลังจะพิมพ์ข้อความรำพันรักเสียอีก (เพราะอันหลังต้องใช้ความคิดไง) และมันก็ได้ปรับตัวมาเป็นการตอบโต้สนทนากันด้วยการ RT ข้อความของผู้ถาม และเราก็ต่อท้ายของคำตอบของเรา (อาจใส่เครื่องหมายบางอย่างเช่น /, :, < เพื่อขั่นระหว่างคำถาม คำตอบ) ข้อดีของวิธีนี้คือการถามตอบ ผู้อ่านจะเห็นชัดเจนว่าถามอะไร ตอบอย่างไร แต่ลองพิจารณากันจริงๆ แล้ว ข้อความที่เป็นลักษณะการสนทนากัน "มักจะ" มีความน่าสนใจน้อยต่อ followers ส่วนใหญ่ (ถ้าคุณไม่ใช่ celebs มี followers หลายพัน) ขณะที่ข้อด้อยอีกอย่างคือ บทสนทนาที่เกิดจาก RT จะถูกตัดขาด ไม่สามารถติดตามได้ว่าแต่ละคำถาม คำตอบ มีการสนทนา ถกประเดนกันอย่างไร (ภาพ 2. ข้อความสนทนากัน จะเห็นได้กรณีที่ตอบด้วย reply ตามปกติ) ลองพิจารณา Timeline ของท่านดูนะครับ (อยากเอาของผมมาเป็นตัวอย่าง แต่กลัวจะเข้าใจผิด คิดว่านำมาประจาน :P) ข้อความ RT เยอะแยะเหล่านั้น หากความน่าสนใจของมันไม่มีเลย สมองเราจะช่วยเรา scan ผ่านๆ โดยอัตโนมัติ ทำให้ข้อความ RT อื่นๆ ที่น่าสนใจจริงๆ อาจถูกมองผ่านไปได้ (ภาพ 3. ขอบคุณ Retweet API ของ twt ที่อย่างน้อยก็ใช้สัญลักษณ์พิเศษ แตกต่างจากปกติ เพื่อให้เราสนใจสิ่งที่ถูก retweet ใหม่อีกรอบ) ท่ามกลางข้อด้อยมากมาย แต่ข้อดีนอกจากที่บอกไปคือการเห็นคำถาม คำตอบตรงๆ ก็คือการเปิดบทสนทนาให้ท่านอื่นๆ ที่สนใจ เข้ามาร่วมแจมได้ คำถามคือแล้วใช้อย่างไรจึงจะเหมาะสม? หลายท่านน่าจะมีคำตอบในใจแล้ว แต่ถ้ายังมึนๆ ว่าจะใช้อย่างไรอยู่ ผมมีแนวทางคร่าวๆครับ ถาม-ตอบ พูดคุยตามปกติ ใช้ Reply ยกเว้นแต่จะน่าสนใจ อยากอวดเพื่อนๆ followers ของเรา ค่อย RT สุดท้ายขึ้นอยู่กับแต่ละท่านแล้วน่ะครับ twt ไม่มีกฏ (นอกจากกฏการใช้พื้นฐาน) ที่เหลือเป็น follows ของเราที่จะตัดสิน :D คำเตือน: โปรดระวังการแอบอ้างและการแสดงความเป็นเจ้าของ twt ด้วยนะครับ :P Visualizing Tweets บน EchofonEchofon นั้นน่าจะเป็นหนึ่งใน Twitter Client ที่ฮิตมากที่สุด เพราะมีบน Platform หลักๆ อย่าง Firefox, iPhone และ Native บน Mac อีก (ใช้บน Firefox บน Mac ก็ยังได้) ด้วยความเรียบง่ายอาจทำได้ไม่น่ารักและง่ายเท่า Tweetie แต่ไม่มีความซับซ้อนที่เป็นประโยชน์อย่าง "การแบ่งกลุ่ม" เหมือน Tweetie อีก (แปลอีกอย่างว่ายังทำได้ไม่ถึงที่สุดนั่นเอง) แต่ที่ชอบมากคือ การแสดงภาพข้อมูลของผู้ mentions เราบน Timeline สังเกตขีดสีเขียว ด้านขวาสุดของ Scroll Bar บางคนอาจไม่เห็นว่าเป็นประโยชน์ เพราะไม่ช่วยอะไรเราตรงๆ การอ่าน mentions ก็มีปุ่มแยกอยู่แล้ว แต่ผมกลับเห็นประโยชน์ในแง่ที่วิเคราะห์การใช้งานของตัวเองได้ เช่นที่เห็นสีเขียวกระจุกอยู่ นั้นเป็นช่วงของการ "โดด" เข้าร่วมวงสนทนาแบบกลุ่ม เอาไว้เตือนตัวเอง หากต้องการทำงานให้เสร็จ ก็อย่า "โดด" สุ่มสี่สุ่มห้าอีก - -"
แนวทางการแก้ปัญหาเสพย์ติด Social Media (Tweetaholic, Facebook Addicts)จาก Post ที่แล้ว ที่ว่าด้วยการรับรู้ปัญหา ว่าผมเองมีอาการเสพย์ติดอย่างจริงๆ จังๆ เข้าให้แล้ว Post นี้จะมาว่ากันต่อเรื่องแนวทางการแก้ไขครับ ซึ่งพยายามจะคิดในแบบที่ง่ายที่สุดและ Make Sense ที่สุด
กฏง่ายๆ 5 ข้อนี้ ถ้าไม่ได้นำไปปฏิบัติจริงๆ ก็ไม่มีวันทำได้ วิธีการที่ได้ผลคือการจับเวลาจริง จับการใช้งานจริงๆ โดยปกติในฐานะ Freelancer ผมมีซอฟต์แวร์สำหรับจับเวลาด้วยรูปแบบต่างๆ ไม่น้อยกว่า 3 ตัวอยู่แล้ว และจำทำไปเรื่อยๆ จนกว่าพฤติกรรมเสพย์ติดจะหายไป หรือเลิกใช้ไปเลยก็ยิ่งดี เพราะก่อนหน้าที่จะมี Twitter ก็ใช้ชีวิตอยู่ได้สบายอยู่แล้ว (ดีกว่าอีกต่างหาก)
ถ้าคุณผู้อ่านตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน (เห็นพี่ @norsez แล้วหนึ่งราย) และต้องการเลิก Twitter เหมือนกัน ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้ทำได้เช่นกันครับ ส่วนตัวผมนั้นก็ต้องการแรงใจอย่างยิ่งยวด ที่จะทำมันให้ได้เช่นกัน :D
Twitter & I
ไหนๆ มาสารภาพกันแล้วว่าติด Twitter (หรือ Social Media อื่นๆ) ก็อยากเล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังของตัวผู้เขียนเองบ้างว่ามีที่มาอย่างไร
[เตือนตัวเอง] หยุด Social Media ก่อนจะสาย...ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของสิ่งที่ผลิตออกมา แต่ปัญหาของ Social Media ที่ผลิตกันเร็วๆ อย่าง Twitter หรือ Facebook Status คือ "มันมากเกินไป" และ "ความน่าสนใจ" ทำให้เราเสพย์ติดมัน ก่อนนี้ ผมเคยเสพย์ติดข่าวสารที่ผ่านการผลิตจากแหล่งข่าวคุณภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่ติดมันถึงขนาดอ่านแทบจะตลอดเวลา เฉลี่ยแล้ววันละประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ขณะที่หลังจาก Twitter เข้ามาสู่ชีวิตตั้งแต่สองปีก่อน ปัจจุบัน ผมคิดว่าใช้เวลามากกว่านั้น 2-3 เท่าหรืออาจมากกว่า
เวลาที่ใช้ในการผลิตเทียบเท่าไม่ได้เลย กับเวลาที่ใช้ในการอ่าน ดู และฟังสิ่งที่ผู้ผลิตรายอื่นทำ ผลที่ตามมาอีกอย่างที่รู้สึกตัวได้เลยคือสมาธิสั้นกว่าเดิมมากๆ
อย่างไรก็ตามครับ ข้อความนี้มีไว้เตือนตัวเอง ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวแต่เพียงอย่างเดียว บางท่านอาจไม่รู้สึกและไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยตามนะครับ จึงต้องเขียนข้อความนี้เพื่อเตือนตัวเอง และจัดสรรเวลาเกี่ยวกับเรื่องนี้ใหม่ ก่อนที่จะสาย...เกินไป
|
|