Filed under: apple

On Apple TV Gen 2

ตอนเปิดตัวก็ตั้งปณิธานว่าซื้อแน่ๆ เนื่องจากราคาเหมาะสมและเหมาะกับไลฟสไตล์พอดี  รอโอกาสเพื่อนไป US จึงฝากหยิบมาหนึ่งเครื่อง (ขอบคุณน้องปูนมาในโอกาสนี้) แต่พึ่งมีโอกาสใช้จริงจังไม่นานมานี้เองครับ

Whatis_gallery_slide120100901_1

ขอเขียนสรุปคร่าวแบบ Outline

  • เล็กมากเท่าฝ่ามือ ที่เราเห็นในภาพนั้น ของจริงให้ความรู้สึกที่เล็กจิ๋วกว่า และมันเป็นโมดูลที่เล็กพอที่จะฝังเข้าไปหลังทีวีได้ 
  • เท่ากับว่า Apple สามารถเอาจอ LED ที่ตัวเองขายอยู่มาติดโมดูล Apple TV เข้าไป ขายเป็น Internet TV แข่งกับ Sony ได้เลย
  • Sony Internet TV ถ้าจะใช้ WIFI ต้องซื้อโมดูลเพิ่มเหมือนกัน และนั่นมีราคา 3000++ บาท ซึ่งก็ใกล้เคียงราคาของ Apple TV มาก 
  • ไม่แถม HDMI Cable มาให้ ผมไปดูที่ร้าน iStudio ราคา 650 บาท ขณะที่ไปซื้อ PowerBuy 200 บาท แม้หน้าตาขี้เหร่กว่า แต่ก็ยอมกับเงินที่จ่าย
  • วัสดุ ฟอร์ม น่ารักและให้ความรู้สึกที่ดีมาก แม้แต่ปลั๊กไฟก็จับแล้วรู้สึกดี (เหตุผลว่าทำไมซื้อแต่ Apple Product)
  • การใช้งานราบรื่นมาก ดู YouTube ไวมาก (อันนี้คงขึ้นอยู่กับความเร็ว Internet ด้วย) โหลด Podcast เร็วจนให้ความรู้สึกเหมือนมี HD Cable TV เลยทีเดียวครับ 
  • อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ PodCast ทุกช่องที่โหลดเร็ว เพราะมันขึ้นอยู่กับต้นน้ำว่ามาจากไหน เท่าที่ลองรายการดังๆ อย่าง TED, Discovery Channel อันนี้เร็ว แต่รายการของ Revision3 อย่าง GeekBeat TV กลับโหลดช้า
  • อันไหนที่โหลดช้าผู้เขียนใช้ Solution Steam จาก iTunes ซึ่งเป็น Pre-Load มาก่อน ก็ใช้ได้เนียนมาก 
  • การฟังเพลง จะฟังผ่าน Internet Radio หรือ iTunes นั้นก็เนียนมาก
  • น่าเสียดายที่ Killing Features ในความคิดผู้เขียนอย่าง Netflix นั้นติดเรื่อง Location ถ้าอยากดูต้องเช่า VPN จากอเมริกานอกเหนือจากค่าใช้จ่ายรายเดือน
  • MLB นั้นก็เหมาะกับคนอเมริกันเท่านั้น ตัว MLB หากอยากดูต้องจ่ายเพิ่ม $100+ ต่างหาก แต่ดู Features แล้วหรูมาก เช่นดู Stat ผู้เล่น, เลือกดูมุมกล้องได้
  • NBA นั้น อาจมีคนไทยสนใจ แต่ดูถ่ายทอดสดไม่ได้ (US Only) ผู้เขียนทดลองดู Highlight ย้อนหลัง พบว่าเนียนกว่าเคเบิลของทรูที่เป็น HD เสียอีก
  • มี Apple TV สำหรับผู้เขียนแล้ว ลืม Cable หรือ Saturnlite ไปเรียบร้อย

 

อันนี้คือโหมดปกติครับ มาลองดูโหมดพิเศษซึ่งก็คือการ Jailbreak ดูบ้าง

 

  •  มี Tools หลายตัว แต่อันที่งดงามสุดมาจากทีมที่ทำ aTV Flash เนื่องจากมีผลประโยชน์ตรงคือพวกเขาขาย Software Package นั่นเอง
  • aTV Flash ราคา $20 คุณสามารถลงชุดซอฟต์แวร์เสริม ที่ทำหน้าที่อย่าง Media Player (เพื่อให้เล่นได้หลายฟอร์แมท), Web Browser, RSS, Weather Report, Last FM ฯลฯ
  • มี Nitro TV ทำหน้าที่คล้าย Cydia คือเป็นด่านหน้าในการติดตั้ง App เพิ่ม ซึ่ง Nitro TV นั้นฟรีอยู่แล้ว แต่ถ้าติดตั้งผ่าน aTV Flash ก็ง่ายดีครับ
  • ทีเด็ดของการ Jailbreak อยู่ที่ตรงนี้ครับ Plex และ XMBC ทำหน้าที่เหมือนกันคือเป็น Media Player ติดตั้งได้จาก Nitro TV หรือ Apple TV Flash
  • ผมเป็นแฟน Plex ความแตกต่างสำหรับคือ Plex เน้นการมี Media Center (Server) คือมีคอมอีกตัวรัน Plex Server ที่เป็นศูนย์กลางคอยส่ง Stream Video มาให้เครื่องลูกอย่าง Apple TV หรือ iPhone/iPad ขณะที่ XMBC จะเป็น Media Center ในตัวเอง เล่นไฟล์จากเน็ตเวิร์กได้ตรงๆ
  • เป็นไปตามคาด Solution ที่เกิดจากการ jailbreak ใช้งานได้ไม่เสถียร 100%  ที่มีปัญหาหนักๆ คือตัว Media Player นั่นชอบ Crash หรือเตือน Low Memory จะเกิดขึ้นช่วงแรกๆ ถ้าผ่านจุดแรกไปได้ ส่วนใหญ่จะเล่นได้ตามปกติครับ 
  • ขณะที่ใช้งานตามฟังก์ชันที่ Apple เตรียมไว้ให้นั้นลื่น 100% 

 

เป็นข้อสรุปว่าหากอยากใช้งานลื่นๆ ทุกอย่างต้องอยู่ในโลก Apple iTunes เท่านั้น หนังที่เรามีต้องแปลงในรูปแบบ iTunes Format ให้หมด - -“ ขณะที่การ Jailbreak ให้ความรู้สึกถึงการใช้งานเต็มที่ แต่ต้องคอยหงุดหงิดเล็กๆ กับเวลาที่เครื่องไม่เสถียร เวลาเราอยากดูหนังคืออยากดู ไม่ใช่การแก้ปัญหาเครื่องจริงไหม - -?

 

Apple มี Solution รอให้เราครับ ซื้อหรือเช่าหนังจาก iTunes Store ซะ เท่านั้นเอง ;D

iPhone App Wanted List

Iphone_app_wanted_list

นั่งเขียนชื่อ App ที่อยากได้ ส่วนหนึ่งเพื่อรอซื้อ ส่วนหนึ่งเผื่อจะมีใครมีความเห็นเพิ่มเติม ถึงทางเลือกที่อาจถูกและดีกว่า ใครคิดอย่างไรบ้าง? :D

Apple Update Logic Studio, Logic Pro 9

ตั้งแต่ Apple ขาย Logic Pro ในชุด Logic Studio ก็ไม่มีข่าวหวือหวาเหมือนค่ายอื่นๆครับ ซอฟต์แวร์ทำงานลื่น ราคาถูกมากตัวนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ Mac ขายดีตามไปด้วย ขณะที่การอัพเดทต่างๆจะไม่ปล่อยข่าวหวือหวาจนกว่าจะเปิดตัวจริงๆตามสไตล์ของ Apple เวอร์ชันใหม่ของ Logic Studio นั้นเปิดตัวพร้อมกับ Final Cut Studio ชุดซอฟต์แวร์สำหรับงานวิดีโอครับ แต่เนื่องจากคอลัมน์นี้โฟกัสไปที่เรื่องของเสียงและดนตรีเท่านั้น จึงขอเล่าต่อเฉพาะส่วนของ Logic Studio เพียงอย่างเดียว


File

ลูกเล่นที่ถือเป็นจุดเด่นของเวอร์ชันนี้คือ "Flex Time" (ที่ชื่อบังเอิญไปคล้ายกับเทคโนโลยีเดียวกันจากค่าย Avid หรือเป็นไปได้ว่า Apple จะซื้อเทคโนโลยีนี้มาใช้เลย) หลักๆคือการทำ Audio Time-Stretching ที่เป็นมาตรฐานปัจจุบันไปแล้ว แต่รูปแบบการใช้จะง่ายขึ้นมาก โดยเน้นการใช้เมาส์จัดการในส่วนนี้เป็นหลักครับ

0file

Flex Tool

1file

เครื่องมือที่ชื่อ Playback ใน MainStage2 ใช้สำหรับการเล่น Backing Track โดยปรับความเร็วในการเล่นได้

และสำหรับมือกีตาร์แล้ว ชุด MainStage 2 ยังมีเครื่องมืออย่าง Amp Designer ให้เราเลือกประกอบชุดแอมป์ ลำโพง ไมค์ Stompbox (เอฟเฟกต์ก้อน) ผสมผสานจนเป็น Rig แบบที่เราต้องการ (แนวคิดนี้ถ้าเป็น DAW ตัวอื่นต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่มเช่น Guitar Rig+Amplitube) ขณะที่ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Apogee GiO ได้อีกต่างหาก เรียกได้ว่าซื้อ Apogee GiO เพื่อเป็นออดิโออินเตอร์เฟซแล้วเรายังใช้มันควบคุมเอฟเฟกต์ต่างๆด้วยเท้าได้อีก 

ขณะที่นักดนตรีทุกคนยังได้ประโยชน์จากเครื่องมืออย่าง Playback และ Loopback ตัวแรกนั้นใช้สำหรับเล่น Backing Track ที่ปรับความเร็วการเล่นให้เหมาะสมกับการเล่นของเราได้ ส่วน Loopback ใช้สำหรับการบันทึกเสียงการเล่นของเราและเล่นแจมกับมัน 

ยังมีรายละเอียดอื่นๆอีกมากครับ เช่นระบบ Notation ที่ผลลัพธ์สุดท้าย เราสามารถพิมพ์ออกมาเป็น Score ที่ใช้งานได้จริงๆเหมือนจัดทำมาจากโรงพิมพ์เลย ฯลฯ รายละเอียดอื่นๆทั้งหมด สามารถชมได้ที่ http://www.apple.com/logicstudio/ (มีวิดีโอแนะนำในหลายๆส่วน) หรือหากท่านผู้อ่านสนใจที่จะซื้อ Logic Studio เวอร์ชันนี้มาใช้ (พร้อมคู่มือประมาณ 4 เล่ม) สามารถติดต่อผู้เขียนได้โดยตรงที่ 084-333-7821 ในราคาเริ่มต้นที่ 7690 บาท (อัพเกรด) ครับ