Filed under: คำ ผกา

คำ ผกา พูดถึงมารยาท-มารยา

เรื่องความใกล้เคียงกันทั้งความหมายและรูปของคำว่า มารยาท กับ มารยา นั้น พอค้นย้อนกลับไป ก็จะเห็นว่าผมไม่ได้สังเกตเรื่องนี้เป็นคนแรก 

แต่เมื่อตอนที่ผมเขียนข้อความขำๆ เรื่อง  มารยาท Etiquette นั้นเป็นวาบความคิดที่นึกขึ้นได้ตอนนั้น 

และจำได้ว่าไม่เคยได้ยินเรื่อง มารยา และ มารยา จากที่ไหนจากใครมาก่อน* โดยที่ก็ไม่ได้ลองค้นมาก่อนว่ามีใครพูดถึงสองคำนี้พร้อมกันบ้าง 

วันนี้อ่านมติชนสุดฉบับ September 4-10, 2009**  เรื่อง "แล้วเราก็เท่ากัน" เป็นเนื้อหาที่เกียวกับประเดนเผ็ดร้อนทางเพศที่มีเรื่องราวลงหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ยอดนิยมช่วงสัปดาห์ก่อน ขอตัดข้อความสั้นๆ มาดังนี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้หญิงมันไม่ยาก เพราะเราไม่มีอวัยวะเพศที่จะ "ตุง" ออกมาได้ชัดจนสังคมจับได้ เพียงแต่ใช้กิริยามารยาท (บางคนเรียกว่ามารยา) กลบเกลื่อนความ "หื่น" นั้นเสีย

จริงๆ ประเดนไม่มีอะไรหรอกครับ ก็คงเหมือนกับเวลาที่เราแอบชอบใครซักคน แล้วก็ "คิดเข้าข้างตัวเอง" ว่าคนนั้นจะส่งสัญญาณบางอย่างตอบกลับ

ผมก็แค่แอบดีใจที่ "ขวัญใจ" ของผมคนหนึ่ง เขียนถึงสิ่งที่ผมเองก็พึ่งเขียนถึงไปก่อนหน้านั้นไม่นาน 

ในยุคของ Social Media ที่เราสามารถพูดคุยกับท่านนายกทั้งตัวจริง ตัวปลอมได้อย่างง่ายดาย 

ในยุคที่นานๆ ทีจะพบคนที่พูดได้ตรงใจกับเราเกือบทุกอย่าง

ผมแค่แอบหวังว่าจะได้คุยกับ "เธอ" ด้วยการสื่อสารตรงๆ แบบมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่งแค่นั้นเอง :D

ขยายความ

*โดยส่วนตัวแล้ว คำว่า มารยา ให้ความรู้สึกที่รุนแรง เพราะเคยนำไปใช้แล้วเห็นผลกับตาว่ามันรุนแรงมากแค่ไหน ก็เลยไม่เคยได้หยิบมาใช้อีก จนกระทั่งเขียนข้อความเรื่อง มารยาท Etiquette

**เขียนวันที่เป็นภาษาอังกฤษเพราะระบบที่ใช้ แค่พิมพ์คำว่า "ddate" วันที่ปัจจุบันก็จะขึ้นมาให้อัตโนมัติ

ภาษาไทย = ราชบัณฑิต

จากบทความ "วันภาษาไทยแห่งชาติ" โดย คำ ผกา มติชนสุดฯ August 7, 2009

ปัญหามันอาจไม่ได้อยู่ที่วัยรุ่นหรืออยู่ที่คนใช้ภาษาไทย แต่อยู่ที่ตัวของ "ภาษา" เองที่ดั๊น มามีกฏเกณฑ์ยุ่งยากซับซ้อนเกินกว่าสามัญชนจะเข้าใจ หรือบางทีเหตุที่มาที่ไปของการสะกดอย่างนี้แต่ไม่สะกดอย่างนั้นอาจจะไม่ได้มาจากหลักเกณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนหรอก แต่มาจากความ "เห็นชอบ" ของกลุ่มบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็น "ราชบัณฑิต"
คำถามเดียวกันนี้ผมเคยถามอาจารย์ภาษาไทยตอน ป.3

ก็ใคร-ใคร้-ใคร มาบอกเราว่า ต้องเป็นไอศกรีมนะไม่ใช่ไอสครีม อ้อ แล้วคำว่า "ครีม" เนี้ย เราเรียกมันว่าอะไรในภาษาไทย

ส่วนตัวไม่ได้ซีเรียสเรื่องการวิวัฒน์ (วิบัติ!?) ของภาษาไทย แต่จะพยายามใช้ให้เหมือนกับ "คนส่วนใหญ่" ที่สุด เพื่อเป็น "มารยาท" ในการสื่อสาร อย่างน้อยที่สุดคือเพื่อคนอ่านจะอ่านได้ปกติสุข

ในบทความเดียวกัน ยังยกข้อเขียนของ มูอมัด บิน มูดอ/มกุฏ อรฤดี หัวข้อ "พัฒนาการอ่านในประเทศไทยและการดูงานห้องสมุดสิงคโปร์"

"สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ห้องสมุดแห่งชาติและคนสิงคโปร์ได้เปรียบชาติอื่นก็คือสิงคโปร์ใช้ภาษากลางหรือภาษาสากลของโลก ทั้งอังกฤษ จีน และภาษาอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น มลายู สิงหล ฮินดู ฯลฯ นั่นก็คือ มีหนังสือให้คนสิงคโปร์อ่านไม่ว่าคนนั้นจะอ่านเขียนภาษาใด หนังสือเรื่องสำคัญๆ ทุกยุคสมัย นักเขียนสำคัญของชาติใดก็ตาม นักอ่านสิงคโปร์ู้จักได้ในชั่วข้ามคืนเช่นเดียวกับเจ้าของภาษานั้น เพียงแวะไปที่หอสมุดแห่งชาติหรือห้องสมุดท้องถิ่น"

สอดคล้องกับความคิดของผมอย่างหนึ่ง แต่ด้วยความที่ไม่เคยคิดว่าจะมีลูก เพราะถ้ามีลูก สถานที่แรกที่นึกถึงเพื่อให้เด็กเกิดพัฒนาการทางภาษาสากลคือเกาะสิงคโปร์อย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะ Scale of Economy ในการค้าขายหรือทำมาหากินต่างๆ นั้น เทียบไม่ได้เลยกับการเชี่ยวชาญภาษาไทยแต่เพียงอย่างเดียว