สาวๆ อย่าตกหลุมพลางใช้คำว่า ชะนี กับ ป้า

เหตุผล

คำว่า “ชะนี” น. เป็นอุปลักษณ์ (Metaphor) ที่เริ่มต้นใช้โดยกระเทย เพื่อตั้งใจตัดกำลังคู่แข่ง

ส่วน “ป้า” น. เดิมใช้กับพี่สาวของพ่อแม่ แต่ปัจจุบันสาวอายุ 20-21 ต่างก็ถูกเรียกโดยคนที่อายุน้อยกว่าปีนึงได้ เราคงไม่ต้องพูดถึงสาวอายุ 30 หรือมากกว่านั้น

ทั้งสองคำใช้ตัดกำลังคู่แข่งในทาง Perception

ถ้าคุณเป็นผู้หญิง Heterosexual ไม่ว่าจะวัยไหน อย่าตกหลุมพลางด้วยการใช้คำว่าป้าและชะนีอีกเลยครับ ;D

พจนานุกรมฉบับคึกฤทธิ์ (2520)

ช่วงนี้ศึกษางานของ Kukrit (ชอบเขียนชื่อนี้เป็นภาษาอังกฤษเพื่อตัดบริบททางยศฐาบรรดาศักดิ์) เลยมีคนใจดีส่งพจนานุกรมฉบับคึกฤทธิ์ (2520) มาให้ อ่านสนุกดี บางอันเราอาจไม่อินเท่าผู้เขียน แต่หลายๆ คำนั้นร่วมสมัยมาก คลิกเพื่ออ่าน

ที่ชอบยกมาดังนี้ครับ

ทรราช น. คนที่มีคนกราบไหว้ทั้งตลาด

ดิรัจฉาน น. สัตว์อื่นๆ ที่ไม่ใช่มนุษย์จึงปราศจากความชั่วร้ายของมนุษย์

ประเทศ น. สิ่งที่ทุกคนหวงแหน แต่ก็ทําให้เสื่อมโทรมลงทุกวัน

ด่วน ว. คําที่ใช้ในตรายางประทับหน้าซองหนังสือราชการถ้า ด่วน เฉยๆ ก็โยนทิ้งเอาไว้ได้เป็นแรมปี ไม่ต้องเปิด ถ้าด่วนมากก็เก็บเอาไว้ได้สักเดือน ถ้าด่วนที่สุดก็ทำลืมมันเสียเลย เพราะเปิดออกมาก็มีแต่เรื่องที่ไม่เป็นมงคล

กระจก น. แก้วแผ่นสําหรับส่องหน้า ซึ่งหนังสือพิมพ์อ้างว่าตนเป็นเพื่อ ให้รัฐบาลมองเห็นหน้าของ ตัวเองตาม ความเป็นจริง แต่พอรัฐบาลส่องเข้าจริง กลับเห็นหน้าคนทําหนังสือพิมพ์ แทนที่จะเป็นคน ในรัฐบาล

กฏอัยการศึก น. กฏซึ่งใช้บังคับนานจนคนลืม หรือกฏซึ่งคุ้มครองการกระทําของทหารไม่ให้ผิด กฏหมาย

กฏหมาย น. กฏที่มีไว่ให้คนเลี่ยง

กรรมการ น. คณะบุคคลซึ่งตั้งขึ้นพิจารณาเรื่องต่างๆ ที่หาทางแก้ไขไม่ได้เพราะหมดปัญญา เมื่อแถลงข่าวว่าได้ตั้งกรรมการขึ้นพิจารณาแล้ว ก็มักกลายเป็นคลื่นกระทบฝั่งไปเพียงแค่นั้น

กรรมาธิการ น. มีเบี้ยประชุมแพงกว่ากรรมการและเป็นได้นานกว่า

เปลือย ว. ไม่นุ่งผ้า ถ้าไปทําที่แถวๆ พัฒน์พงศ์ก็ได้สตางค์ไปเลี้ยงผัวได้สักคนสองคน

วิธีทำธุรกิจของ Trueที่เราไม่ชอบ

  1. Spam SMS มันมีมูลค่ามหาศาลสำหรับเจ้าของเครือข่าย แต่มันน่ารำคาญสำหรับลูกค้า
  2. การเปลี่ยนแปลง product ในทางที่ดี แต่ขายในชื่อใหม่ เช่น Ultra Hi-Speed หรือ TrueMoveH ที่ต้องเสียเวลาลูกค้าเก่ามาทำการอัพเกรด แทนที่จะทำให้มัน Seamless เพราะถ้าไม่มีการคิดเงินเพิ่ม ลูกค้าที่ผูกการ subsription ที่เขาจ่ายเงินให้คุณต่อเนื่อง คุณไม่อยากเอาใจเขาหรอ?

เว็บส่วนตัวใหม่ คราวนี้จะส่วนตัวมากกว่าที่เคย My new webpage

หลังจากหา Solution อยู่นาน สุดท้ายเจอจุดลงตัว พร้อมโดเมนแสนสั้น เยี่ยมชมได้ที่ http://phz.me

พบปัญหา หรือคิดเห็นอย่างไร แจ้งมาได้ครับ ตอนนี้อยู่ในช่วงทดลองอะไรหลายๆ อย่าง

ต่อไปนี้นามบัตรจะมีเพียงชื่อและเว็บนี้เท่านั้นพอ Manimalistic ;D

เปลี่ยนนิสัยการอ่านใหม่ New Reading Habit

เมื่อมี source จำนวนมาก มีอุปกรณ์จำนวนมาก ปีที่ผ่านมาค่อนข้างสับสนนิดหน่อยครับ เลยทำแผนภาพนิสัยการอ่านใหม่ เพื่อเป็นแนวทางเตือนตัวเองว่าอะไรสำคัญกว่าอะไร และควรทำอย่างไร

สิ่งที่รัฐไทย-ประชาชนไทยควรเรียนรู้จากความเจ็บปวด

เกริ่นชื่อหัวเรื่องแบบนี้ ได้อารมณ์เผด็จการเล็กๆ ที่มาชี้นำคนไทยว่าควรจะเรียนรู้เรื่องอะไร ความจริงแล้วทั้งหมดเป็นเรื่องสามัญสำนึก และคนส่วนใหญ่ตระหนักถึงมันอยู่แล้ว เพียงแต่มันน่าเศร้าที่ว่า “ความเจ็บปวดต่างๆ ที่รัฐมีส่วนก่อกับประชาชนของรัฐ” นั้น มันดันเกิดขึ้นซ้ำๆ ราวกับคนเจ็บไม่รู้จักจำ และโดยปกติแล้ว เวลาที่เรากล่าวถึงรัฐไหนๆ นอกจากจะหมายถึงเขตแดนรัฐแล้วยังหมายถึงประชากรรัฐที่เป็นหัวใจสำคัญของรัฐด้วย แต่สิ่งที่เป็นอยู่คือเรามักจะเห็นการคุกคามของภาครัฐกับประชาชนไทยบ่อยๆ ราวกับมันไม่ใช่เนื้อเดียวกัน ถูกพิจารณาแยกกัน ดังนั้นแล้วจึงใส่ทั้งสองอย่างไว้ในหัวข้อแบบนั้นครับ

เราลองมาดูทีละข้อพร้อมเหตุผลว่าทำไม

รัฐประหาร

ตั้งแต่เรามีรัฐธรรมนูญฉบับแรก มีการรัฐประหารซ้ำๆ อยู่เกือบ 20 ครั้ง และเกือบทุกครั้งเป็นการกระทำที่ประสบผลสำเร็จ มีการออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับพวกพ้องตัวเอง และออกกฏหมายใหม่ที่ตัวเองเห็นสมควร หรือเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ตามใจชอบ

ทางแก้: กลุ่มนิติราษฏร์ นำโดย รศ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ได้เสนอแนวคิดที่ปลดล๊อคตรงนี้ คือต่อให้นิรโทษกรรมแล้ว ก็สามารถยกเลิก และลงโทษย้อนหลังได้ มันเข้าใจง่าย Make Sense เหลือปัจจัยสำคัญคือให้ประชาชนสนับสนุนแนวคิดนี้จำนวนมากๆ เพื่อส่งต่อให้รัฐบาลลงมือทำ

อุปสรรค: กลุ่มที่ทำรัฐประหารรอบล่าสุด คือเครือข่ายอำนาจนอกรัฐธรรมนูญที่ยังมีบทบาทสำคัญอยู่ในตอนนี้ และรัฐบาลเลือกตั้งมีแนวโน้มที่จะปรองดองกัน

การสังหารประชาชน

มันเศร้านะครับ ที่เราตระหนักถึงอะไรแบบนี้ ตระหนักว่าเราเกิด เราอาศัย เราเป็นพลเมืองในรัฐ ที่มีการใช้อำนาจรัฐสังหารคนราวกับสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ แล้วกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับการสังหาร กลับไม่ได้มารับผิดใดๆ ในสิ่งที่ตัวเองทำ เริ่มตั้งแต่ 14 ตุลา 2516, 6 ตุลา 2519, พฤษภาทมิฬ 2535 และเมษา-พฤษภาทมิฬ 2553 และยังมีเหตุการณ์ยิบย่อยที่เป็นการกระทำจากรัฐที่ผู้เขียนไม่ได้กล่าวถึง

ทางแก้: คล้ายกับข้อแรก คือต้องมีกฏหมายที่ทำหน้าที่เหมือนกฏข้อ 0 ที่การนิรโทษกรรม ไม่สามารถนำมาหักล้างได้ และเอาผิดกับผู้กระทำผิดย้อนหลัง เริ่มจากเหตุการณ์ล่าสุด เอาผิดคนสั่งการณ์ไปจนถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง หากเป็นไปได้

อุปสรรค: เหมือนกับข้อที่ 1 กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการสังหารประชากรรัฐตัวเอง คือกลุ่มที่ยังคงครองอำนาจนำอยู่ วิธีการจะเอาผิดได้มันต้องมาคู่กับรัฐบาลประชาธิปไตยที่ไม่สนการปรองดองกับอำนาจนำนั้น แล้วถือเอาความถูกต้องเป็นหลักสำคัญ เหมือนกับที่นายพลเกาหลีใต้ที่สั่งการณ์ให้เกิดการสังหารประชาชนต้องชดใช้กรรมในคุกมาแล้ว

มาตรา 112

บทลงโทษของกฏหมายมาตรานี้ ถูกเพิ่มให้โทษสูงสุดจำคุก 20 ปี หลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เป็นต้นมา และมาตรานี้ถูกนำมาใช้อย่างระมัดระวัง จนกระทั่งหลังรัฐประหาร 19 กันยาที่มียอดการใช้สูงมากกว่าที่เคยเป็นมา ทั้งนี้หากเราพิจารณาความสำคัญว่ากฏหมายนี้ช่วยปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จริงหรือไม่ เราอาจต้องใช้การถกเถียงกันในวงกว้าง แต่ที่แน่ๆ กฏหมายมาตรานี้กระทำต่อประชากรรัฐซ้ำแล้วซ้ำเล่า กรณีล่าสุดคือการส่ง SMS ที่ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน การแปลหนังสือ The King Never Smile ที่ศาลไม่ได้ชี้แจงว่าหมิ่นในส่วนไหน ยังไม่นับการริดรอนสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ในการเลือกที่จะอ่านหนังสืออะไร เสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งมีผลในระดับลึกมาก เพราะแม้แต่สื่อที่ควรทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงประชาชน ก็เลือกที่จะเซ็นเซอร์ตัวเองในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวเหล่านี้

ทางแก้: ต้องใช้การถกประเด็นกัน ตั้งแต่ประชาชนทุกระดับไปจนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวกับการดูแลด้านกฏหมายโดยตรง ว่าจะปรับแก้ หรือยกเลิก เพราะมาตรานี้ยิ่งอยู่ไป ประชากรรัฐจะถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพไปเรื่อยๆ และไม่แน่ใจว่าจะส่งผลดีต่อสถาบันฯ อย่างที่ฝ่ายสนับสนุนต้องการหรือไม่

อุปสรรค: กลุ่ม Ultra-Royalist หรือกลุ่มคลั่งสถาบันฯ ซึ่งอาจคลั่งเสียยิ่งกว่ากษัตริย์เองเสียอีก (More Royalist than The King) คนกลุ่มนี้จะกระทำทุกอย่าง ด้วยคำพูดและการกระทำเพื่อไม่ให้แก้กฏหมายมาตรานี้ ที่พวกเขาเองก็ไม่แน่ใจนักว่าจะส่งดีต่อสถาบันจริงๆ หรือไม่