ควรดีใจที่หุ่นยนต์แย่งงานคุณ

ช่วงนี้เราอาจเห็นการพาดฟัวข่าวที่ชวนน่าตกใจอยู่เสียหน่อย ว่าภายในปีนั้นปีนี้ หุ่นยนต์จะแย่งงานคุณ อันที่ดูน่าตกใจคือในกลุ่มงานศิลปะและดนตรี ที่มีการทำนายว่าหุ่นยนต์จะมาแย่งงานภายใน 20-30 ปี ฯลฯ

ในฐานะที่เคยอ่านงานของคนที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เขียนเพลงมาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน ผมพบว่าต่อให้มันทำออกมาเหมือนมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องตกใจ แต่เป็นสิ่งที่น่ายินดี เพราะหุ่นยนต์เหล่านั้นเองก็สร้างมาจากมนุษย์เอง ไม่ได้มาจากไหน

ส่วนงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้มนุษย์แต่แรก แต่ดันยังมีการใช้งานอยู่ เช่นการจ่ายเงินทางด่วน หรือตู้ขายน้ำ ฯลฯ เราควรดีใจ ที่มนุษย์ไม่ต้องไปทำงานน่าเบื่อแบบนั้น

นั่นหมายความว่า ในบรรดางานที่สุดแสนอันตราย และน่าเบื่อ ไปจนถึงงานที่ไม่มีใครอยากทำต่างๆ ต้องนำเข้าแรงงานจากเพื่อนบ้านที่ระบบเศรษฐกิจไม่ค่อยเดิน ในอนาคตอันใกล้ จะมีหุ่นยนต์มาช่วยทำแทบทั้งหมด

แบบนี้เราก็ตกงานดิ?

ฟังดูเผินๆ ก็อาจจะใช่ครับ ข้อเท็จจริงคือมนุษย์เราต้องการอาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ฯลฯ ที่เราทำงานกัน งกๆ ทุกวันนี้ก็เพื่อให้มีสิ่งเหล่านี้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่สังคมหนึ่ง ๆ ก็ต้องการผลิตผลเพื่อมาหล่อเลี้ยงสังคมนั้นๆ เราจะมีหุ่นยนต์มาทำแทน หมายความว่าภาพรวมคือ เราจะมีผลิตผลมาหล่อเลี้ยงโดยที่เราไม่ได้ไปแตะอะไรในงานเหล่านั้นเลย

อันที่จริงทุกวันนี้ มนุษย์ในภาพรวม รวยขึ้น เรามีอาหารกิน มีเงินส่วนเกินมากกว่ารุ่นปู่ทวด หรือเปรียบเทียบใกล้ๆ คือรุ่นพ่อเรา เป็นเพราะทั้งสังคมผลิต Output ได้มากกว่าเดิมอย่างมาก จากเครื่องมือทางอุตสาหกรรมต่างๆ จากการสื่อสารที่ดีขึ้นเร็วขึ้น (ขอไม่พูดถึงผลเสียอื่นๆ พูดถึงแต่ในแง่ปริมาณ Output)

ถ้ามีหุ่นยนต์มาช่วยทำ เราจะยิ่งสบายขึ้นในเบื้องต้น

เราไม่ได้ทำงานเพราะปัจจัย 4 แต่เพราะให้ชีวิตมีความหมาย ในเมื่อหุ่นยนต์มาแย่งงานเราแบบนี้ เราจะมีความหมายอื่นใดอีก?

ยิ่งดีใหญ่ เราจะได้ไปทำอะไรที่มีความหมายจริงๆ เสียที อยากถ่ายภาพเหรอ ก็ออกไปถ่าย ชอบแต่งเพลงเหรอ ก็ไปทำ ชอบงานศิลปะ ชอบอาหาร ฯลฯ คุณจะได้ไปทำมันโดยไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งที่เป็นพื้นฐานว่า “วันนี้จะเอาอะไรแดก” อันที่จริงในวันนี้ประเทศอย่างสวิสเริ่มยกคำถามแล้ว ว่าถ้าให้รายได้ขั้นต่ำแก่คนทุกคน จะเป็นอย่างไร? คือสิ่งนี้มันจะ Practical มากขึ้น ถ้ามีหุ่นยนต์มาช่วยทำงานจนเรามีรายได้ขั้นต่ำ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร

แล้วถ้าเราชอบแต่งเพลง แต่หุ่นยนต์ทำได้ดีกว่าล่ะ?

อันนี้เป็นคำถามพื้นฐานระดับปรัชญาของศิลปะ ว่าอะไรคือความไพเราะ ผมยังเชื่อว่าหุ่นยนต์ที่แต่งเพลงเพราะได้นั้นเพราะมนุษย์เราป้อน Input ให้มันอยู่ดี ไม่ว่าจะมาจากผู้สร้างคนเดียว หรือเอาข้อมูลของนักแต่งเพลงจำนวนมาก แต่ถึงกระนั้น ให้เรามองหุ่นยนต์เป็นนาย A นาย B

นาย A อาจเก่งด้าน Production ทำงานเนี้ยบกว่านาย B แต่เราชอบวิธีเรียบเรียง วิธีคิดของงานมากกว่า ในแง่ของศิลปะ มันไม่ได้มีคำตอบเดียวแน่ และถ้าหุ่นยนต์ทำเพลงออกมาได้ดีทุกเพลง นั่นน่าจะมีอะไรดีๆ อยู่ในนั้น

ฟังดูดีนะ แล้วไม่มีข้อแย่เลยเหรอ?

ใช่ มันมีสองด้านเสมอ ประการแรก ถ้าเราแตะไปถึงจุดนั้น สังคมนั้นอาจจะเฉื่อยชา ขาดพลวัต สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับสังคมที่พยายามจะไม่ใช้เงินมาก่อน เช่นรัสเซีย จีน เขมร แต่ตอนนั้นพิสูจน์ว่ามันใช้ไม่ได้ มันทำให้คนอดตายจำนวนมากจากนโยบายที่ผิดพลาด แต่การมีหุ่นยนต์ มีรายได้ขั้นต่ำ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยกเลิกระบบตลาด เรายังมีเงินอยู่ แค่มีสวัสดิการพื้นฐานรองรับ เด็กเกิดใหม่จะมีการรับประกันว่าจะไม่อดตายแน่นอน ในสังคมที่หุ่นยนต์ทำงานแทน คนเรายังเป็นหมอ เป็นสถาปนิกได้อยู่ เพียงแค่งานที่ยากมากๆ หุ่นยนต์ทำแทนได้ เราจะทำแบบนั้น เช่นงานผ่าตัดที่แต่ก่อนศัยลแพทย์ต้องยืนทำที 8-10 ชั่วโมงขึ้น ถ้าหุ่นยนต์ทำได้ ทำไมเราจะไม่ใช้หุ่นยนต์ทำล่ะ?

และช้าก่อน การที่เรามีหุ่นยนต์มาทำงานให้ในช่วงแรก สังคมเราจะยังไม่ได้ไปแตะจุดที่จะเท่าเทียมกัน มีรายได้ขั้นต่ำมารับประกันให้หรอกนะครับ เราไม่ได้มีจุดนั้นทันทีแน่นอน

ในบางสังคมที่เริ่มมีรัฐสวัสดิการ เช่นสวีเดน นอร์เวย์ หรือกรณีสวิส ที่พวกเขาตั้งคำถามรอไว้ล่วงหน้า พวกนี้จะใช้หุ่นยนต์ปรับระดับความเท่าเทียมกันต่อค่อนข้างแน่

แต่ในสังคมที่ความเหลื่อมล้ำยังสูงมาก ยังไม่มองคนเป็นคนเท่ากัน คุณคิดว่าพวกเขาจะทำไง? ต้องย้อนกลับมาคิดก่อนว่าในสังคมเหล่านั้นทำไมคนเราถึงไม่เท่ากันแต่แรก และหุ่นยนต์ทำงาน ไม่ได้สร้างมาทีละ 70 ล้านตัวสำหรับคนทุกคน แต่จะค่อยๆ ส่งถึงมือผู้มีโอกาสก่อน และในสังคมที่คิดว่าคนไม่เท่ากัน เขาอยากให้ทุกคนมีหุ่นยนต์เหมือนกันหมดเหรอ?

ก็เท่ากับว่าในสังคมเหลื่อมล้ำ มันต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ กว่าที่มันจะเข้าถึงพร้อมกันหมด

แน่นอน อันนี้มีภาพชัด ทุกวันนี้ยังมีคนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตไม่ครบทุกคน และถึงเข้าได้ คุณภาพความเร็วก็ยังต่างกัน มันมีราคาทั้งนั้น หุ่นยนต์ก็เช่นกัน มันจะค่อย ๆ ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เก่งขึ้นเรื่อย ๆ ถึงจุดนึงคนที่ด้อยโอกาสที่สุด ก็จะมีหุ่นยนต์รับใช้ขึ้นพื้นฐานได้

แล้วไม่คิดบ้างเหรอ ว่าหุ่นยนต์จะครองโลกแบบที่นักทำนายอนาคตลกลัวกัน

คิดสิ แต่ที่น่ากลัวว่าคือเราจะไปไม่ถึงจุดนั้น เพราะอย่าลืมว่ามนุษย์เราตอนนี้ยังรบราฆ่าฟันกันตลอดเวลา และหุ่นยนต์จะเป็นอาวุธชั้นดี และอันที่จริงมันก็ใช้มาพักใหญ่ ๆ แล้ว ในรูปแบบของอากาศยานไร้คนขับ

แบบนี้ก็น่ากลัวมากน่ะสิ

ใช่ ควรกลัวอันนี้ก่อนกลัวหุ่นยนต์ครองโลก

เพราะในฐานะที่มนุษย์สร้างหุ่นยนต์มาแต่แรก เราสามารถป้อนคำสั่งบรรทัดที่ 0 ได้ เปรียบเหมือนเป็นรัฐธรรมนูญว่าหุ่นยนต์จะต้องทำงานให้มนุษย์ และจะไม่ฆ่ามนุษย์

ฟังดูโหดร้ายกับหุ่นยนต์อยู่สักหน่อย

ก็ไม่โหดร้ายไปกว่าการมองเห็นคนด้วยกันไม่เท่ากันหรอก และถ้าต้องเลือกระหว่างโดนหุ่นยนต์ฆ่าตายหมด กับเลือกที่เราจะอยู่โดยไม่เท่าเทียมกัน

คิดว่าเป็นคำตอบที่ไม่ดูโหดร้ายเกินไปเท่าไร เพราะทุกวันนี้ คนเรายังฆ่ากัน ยังจำกัดสิทธิ์กันเองอยู่เลย ก่อนที่จะห่วงหุ่นยนต์ในอนาคต ควรห่วงตัวเองและเพื่อนร่วมสังคมก่อน

ภาพ: Robot of the future

โปรดแสดงความคิดเห็น Leave a Reply