คาริล ยิบราน พูดถึงความรัก

อ่าน The Prophet ครั้งแรกตอนเริ่มเข้าไปค้นหาความหมายในรั่วมหาวิทยาลัย ผ่านเวลามา 10 ปี ก็ยังนับว่าไม่เข้าใจมันได้เสียที 😛

คัดมาเฉพาะตอน “ความรัก” แปลโดย อ.ระวี ภาวิไล  

ขอบคุณ Blog ของคุณเหมียวเอง ที่พิมพ์ข้อความนี้ไว้แล้ว ผมแค่ copy/paste แค่นั้น 😛

” ความรักไม่รู้ความล้ำลึกของตนเอง 
จนกว่าจะถึงชั่วโมงของการจากพราก ” 

 เมื่อความรักร้องเรียกเธอจงตามมันไป 
แม้ว่าทางของมันนั้นจะขรุขระและชันเพียงไร 
และเมื่อปีกของมันโอบรอบกายเธอ จงยอมทน 
แม้ว่าหนามแหลมอันซ่อนอยู่ในปีกนั้นจะเสียดแทงเธอ 
และเมื่อมันพูดกับเธอ จงเชื่อตาม 
แม้ว่าเสียงของมันจะทำลายความฝันของเธอ 
ดังลมเหนือพัดกระหน่ำสวนดอกไม้ให้แหลกราญไปฉะนั้น 

 เพราะแม้ขณะที่ความรักสวมมงกุฎให้เธอ 
มันก็จะตรึงกางเขนเธอ 
และขณะที่มันให้ความเติบโตแก่เธอนั้น 
มันก็จะตัดรอนเธอด้วย 
แม้ขณะเมื่อมันไต่ขึ้นไปสู่ยอดสูง 
และลูบไล้กิ่งก้านอันแกว่งไกวในแสงอรุณ 
แต่มันก็จะหยั่งลงสู่รากลึก 
และเขย่าถอนตรงที่ยึดมั่นอยู่กับดินด้วย
 


ความรักจะรวบรวมเธอเข้าดังฝักข้าวโพด 
มันจะแกะเธอออกจนเปลือยเปล่า 
แล้วมันจะร่อนเพื่อให้เธอหลุดจากเปลือก 
มันจะบดเธอจนเป็นผงขาวแล้วก็จะขยำจนเธออ่อนเปียก 
แล้วมันก็จะนำเธอเข้าสู่ไฟอันศักดิ์สิทธิ์ของมัน 
เพื่อว่าเธอจะได้กลายเป็นอาหารทิพย์ของพระเป็นเจ้า 
ความรักจะกระทำสิ่งทั้งหมดนี้แก่เธอ 
เพื่อว่าเธอจะได้หยั่งรู้ความลับของดวงใจเธอเอง 
และด้วยความรู้นั้นเธอก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของดวงใจแห่งชีวิตอมตะ 
แต่ถ้าหากด้วยความกลัว 
เธอมุ่งแต่แสวงหาความสงบสุขและความสำราญจากความรัก 
ก็จะเป็นการดีกว่าที่เธอควรจะปกคลุมความเปลือยเปล่าของตน
และหลีกหนีออกไปเสียจากลานบด ไปสู่โลกอันไร้ฤดูกาล 
ที่ซึ่งเธอจะหัวเราะก็ไม่เต็มที่และจะร้องไห้ก็ไม่เต็มที่


 ” ความรักไม่ให้สิ่งอื่นใดนอกจากตนเอง 
และก็ไม่รับเอาสิ่งใดนอกจากตนเอง 
ความรักไม่ครอบครอง และก็ไม่ยอมให้ถูกครอบครอง 
เพราะความรักนั้นเพียงพอแล้วสำหรับตอบความรัก “


 เมื่อเธอรัก อย่าได้พูดว่า 
พระผู้เป็นเจ้าอยู่ในดวงใจเรา 
แต่ควรพูดว่าเราอยู่ในดวงใจพระผู้เป็นเจ้า 
และอย่าได้คิดว่า 
เธอสามารถนำแนวทางของความรักได้ 
เพราะถ้าความรักพบว่าเธอมีคุณค่าพอแล้ว
ก็จะเป็นผู้นำแนวทางของเธอเอง 
ความรักไม่มีปรารถนาสิ่งอื่นใด 
นอกจากที่จะทำตนเองให้สมบูรณ์ 
แต่ถ้าหากเธอรัก และจำต้องมีความปรารถนา 
ก็ขอให้ความปรารถนาของเธอจงเป็นดังนี้ 

เพื่อจะละลายและไหลดังธารน้ำ
ซึ่งส่งเสียงเพลงกล่อมราตรี 
เพื่อจะเรียนรู้ความปวดร้าว อันเกิดแต่ความอ่อนโยนละมุนละไมเกินไป 
เพื่อจะต้องบาดเจ็บด้วยความเข้าใจในความรักของตนเอง 
และเพื่อจะยอมให้เลือดหลั่งไหล
ด้วยความเต็มใจและปราโมทย์ 
เพื่อจะตื่นขึ้น ณ รุ่งอรุณด้วยดวงใจอันปิติ
และขอบคุณความรักอีกวันหนึ่ง 
เพื่อจะหยุดพัก ณ ยามเที่ยง และเพ่งพินิจความสุขซาบซึ้งของความรัก 
เพื่อจะกลับบ้าน ณ ยามพลบค่ำด้วยความรู้สึกสำนึกคุณ 
และเพื่อจะหลับไปพร้อมกับคำสวดมนต์ภาวนา
สำหรับคนรักในดวงใจ 
และเพลงสรรเสริญบนริมฝีปากของเธอ

โปรดแสดงความคิดเห็น Leave a Reply