อาหารไทยที่ดีที่สุด ไม่ได้อยู่เมืองไทย

“อาหารไทยที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่เมืองไทย แต่อยู่ที่ฮ่องกงถึงสองร้าน” คนฮ่องกงผู้เคยไปเมืองไทยบ่อยจนเหมือนบ้านกล่าวกับผม

ถ้าผมมีความรักชาติมาเต็ม คงอารมณ์พุ่งปรี๊ด อยากเถียงใจแทบทันที ว่ามันเป็นไปได้อย่างไร แต่พอมานึกดูอีกที อาหารไทยตามร้านอาหารจริงๆ มันไม่ค่อยได้รับความนิยม กลับเป็นอาหารต่างชาติญี่ปุ่น-เกาหลีที่ครองพื้นที่ตามห้าง ถ้าอยากกินอาหารไทยดีๆ นี่อาจต้องไปตามโรงแรมใหญ่ หรือร้านอาหารไทยเกรดเอที่มีไม่มาก ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่น่าจะไม่ค่อยไป เพราะจะรู้สึกว่ากินอาหารไทยบ้านก็ได้

คนพูดเคยมาเมืองไทยตั้งแต่ยุค 60-70 ตั้งแต่ที่พัทยายังไม่ค่อยมีอะไร เขาก็รักชอบเมืองไทยมาก แม้จะเคยทำงานตำแหน่งใหญ่โตมาก (ซึ่งผมไม่ติดกับ Ethical Appeal) แต่เขาไม่มีเหตุผลต้องโกหก มาเมืองไทยปีละหลายๆ ครั้งนานหลายปี ดังนั้นน่าจะมีความจริงอยู่ในนั้น ซึ่งผมก็รอพิสูจน์อยู่

พอดีผมมาลองอาหารเวียตนาม ที่ค่อนข้างนิยมที่นี่ ค้นพบว่า ที่ราคาประมาณ 50-60 HKD ต่อหนึ่งจาน หากินแบบนี้ แม้แต่ที่เวียตนามได้ยาก คือคุณภาพมันจะลดลงตามราคา
ภาพ: เฝอเนื้อตุ๋น ปรุงแบบภาคกลาง เราไม่สามารถหาคุณภาพแบบนี้ได้ที่เวียตนาม

จนผมมีสมมติฐานเบื้องต้นว่า อาหารเวียตนามที่ฮ่องกง อร่อยกว่าที่เวียตนามโดยเฉลี่ย

เหตุผลอย่างเป็นรูปธรรมคือคุณภาพวัตถุดิบและการผลิต ฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่พอ ดึงวัตถุดิบชั้นเลิศ ไปจนถึงพ่อครัวให้ไปอยู่ที่นั่นได้

พิมพ์ถึงประโยคนี้เลยนึกขึ้นได้ว่า ผมเคยกินอาหารไทยอร่อยมากที่สิงคโปร์เช่นกัน คนทำก็คือคนไทย ทำอาหารเก่งและเขาไม่สามารถหาเงินเดือนที่เขาทำได้ในสิงคโปร์ที่ประเทศบ้านเกิด ผมได้กินเมนูกุ้งแม่น้ำผัดกะเพราและเพิ่งรู้ว่าเอาหอยแมงภู่ตัวใหญ่มาผัดกะเพราได้ที่นั่น คนที่นั่นกินแบบนั้น พวกเขากินสิ่งที่คนที่ใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยอย่างผมคิดไม่ถึงจริงๆ

ถ้าคำตอบคือขนาดเศรษฐกิจ ทำให้คนสิงคโปร์ ฮ่องกงกินของดีกว่า อร่อยกว่า (โดยเฉลี่ย) แล้ว ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมเราถึงพยายามโปรโมทเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficient Economy) กันนัก ถ้าเหตุผลคือต้องการให้คนประหยัด กินใช้อย่างพอเพียง ผมก็ต้องตอบไปตามตรงว่า ถ้ามันไม่พอ คนเขาใช้ไม่ได้แต่แรก คนจนจริงเขาไม่มีเครดิตหรือแม้แต่ทรัพย์สินจะไปกู้ใคร และเพราะเขาจน หมายความว่าพวกเขาใช้ไม่พอแต่แรกแล้ว

ตรงกันข้าม เป็นคนที่มี Asset มี Credit ที่ไปกู้เงิน เล่นเงินจนระบบพังไปรอบหนึ่งในปี 1997 (ที่ไทย) และ 2008 (ที่ต่างประเทศ) ดังนั้นแล้วความพอเพียงมันคือเรื่องพื้นฐานของคน (จน) อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปสอนพวกเขา

แล้วคนฮ่องกง สิงคโปร์เขาพอเพียงระดับไหน ถึงได้กินของที่มีคุณภาพสูงกว่าคนไทย ที่ถูกสอนให้พอเพียงมาโดยตลอด

ถึงตอนนี้ กลุ่มที่พร่ำโปรโมทแนวคิด Sufficient Economy อาจนึกไม่ถึงว่าทำไมตัวเขาถึงพามาอยู่ในเขตเศรษฐกิจอย่างกรุงเทพ มิใช่บ้านนาโป จ.มุกดาหาร (ไม่นับว่าคนรุ่นอากงพามา)

หรือแท้จริงแล้วรู้อยู่แก่ใจ แต่ตั้งใจพูดไปแบบนั้น เพื่อให้กรุงเทพยังเป็นกรุงเทพ และต่างจังหวัดยังเป็นต่างจังหวัด โดยไม่ต้องนึกฝันว่าวันหนึ่ง คนไทยในภาพรวม ได้กินของดี มีคุณภาพ และราคาเท่าๆ กับคนฮ่องกง (ถ้าอยากกินคุณภาพเท่ากัน คนไทยมักจ่ายแพงกว่า)

ความอร่อยอาจเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ชี้วัดได้ยาก แต่คุณภาพมีดัชนีชี้วัดได้ และนี่คือความหวังของผมครับ

โปรดแสดงความคิดเห็น Leave a Reply