จดหมายถึงตัวเอง ในวัย 80ปี

เขียนเมื่อวันที่ January 16, 2012 เวลา 1:42 AM ที่บ้านบางใหญ่ซิตี้ เสาธงหิน

สวัสดี Perthz จดหมายฉบับนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย หากไม่มีข้อความแจ้งเตือนจากโปรแกรม Day One ซอฟต์แวร์สำหรับเขียนบันทึกประจำที่ฉันชอบมาก (ตัดสินจากยุคสมัย 2011) ที่นายเพิ่งได้มาเป็นของขวัญให้ตัวเองเมื่อปลายปีที่แล้ว แม้เป็นข้อความเตือนสั้นๆ แต่ส่งผลกระทบต่อความนึกคิดมาก ข้อความเขียนว่า “Write a future letter to yourself” ฉันประทับใจมันมากจนต้องลงมือเขียนอะไรสักอย่างถึงนาย ส่วนตัวฉันเอง แม้จะกังวลเกี่ยวกับอนาคตอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยมีความคิดที่โรแมนติกมากพอจะเขียนจดหมายถึงนายแบบนี้มาก่อน ทั้งที่ตอนเช้าของวันนี้ ฉันพึ่งสนทนากับแม่ของเราเกี่ยวกับเรื่องทัศนคติในอนาคต ที่ว่าเมื่อตัวฉันแก่ตัวลงไป ฉันจะพยายามรักษาทัศนคติของตัวเองไว้ให้เหมือนตอนที่เรายังหนุ่มอยู่ได้หรือเปล่า มันเป็นความกังวลที่สนุกดี เวลาที่ฉันคิดถึงอนาคตเกี่ยวกับตัวนายและครอบครัว

อันที่จริงตัวฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะมีอายุเท่ากับนายคือ 80 ปี เคยคิดประมาณไว้แค่เพียง 50 กลางๆ เท่ากับสตีฟ จ๊อบส์ อีกหนึ่งบุคคลตัวอย่างที่นายนับถือ (ในแง่ของความฉลาดหลักแหลม) เหตุผลที่คิดแบบนั้นเพราะความแปรปรวนที่ฉันคาดไม่ถึง ฉันไม่รู้ว่าอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันนั้น ผ่านกระบวนการแปรรูปมาอย่างไรบ้าง เกษตรกรไปจนถึงผู้ประกอบการจะมีความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยมากพอหรือไม่ อีกทางหนึ่งอาชีพและวิธีการใช้ชีวิตของฉันนั้นเสี่ยงต่อความเครียดและโรคภัยมากนัก ทำให้ไม่คาดหวังว่าจะมีอายุยืนในระดับนั้น

การเขียนจดหมายถึงนายในวัย 80 จึงถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยอย่างหนึ่ง ว่านายจะต้องมีชีวิตอยู่จนถึงวันนั้น และมีพลังสมองที่ดีพอที่จะรับสารจากการแปลความจากตัวอักษรจากบทมาเป็นเรื่องราวได้ ซึ่งถึงวันนั้นนายอาจรู้สึกขันกับข้อความข้างต้น เพราะคนในวันนั้นอาจไม่สนใจ หรือไม่มีคำว่า “เอาฤกษ์เอาชัย” อยู่ในชีวิตประจำวันแล้วก็เป็นได้ และคนในยุคสมัยนายอาจไม่ใช้การอ่านข้อความจากตัวอักษร หากแต่เคลื่อนย้ายความคิดต่อความคิด (Thought Transfer) ด้วยวิธีการอื่นที่ตรงกว่า เช่นสื่อสารด้วยคลื่นสมองผ่านสื่อกลางหรือเครื่องมือที่ส่งผ่านถึงกันโดยตรง (Telepathy) ทำได้หรือไม่โปรดแจ้งกลับด้วย LoL

ตัวนายเองอาจมีคำถามว่าทำไมต้องเป็นตัวเลขอายุ 80 ไม่ใช่ 60 หรือ 70 หรือ 90 หรือเลขอื่นใด? เดาความสงสัยถูกใช่ไหมล่ะ เพราะไม่มีใครรู้จักนายดีเท่าฉันอีกแล้วล่ะ ที่ไม่ใช่ 60 เพราะคิดว่ายังไม่แก่พอ พอล แมคคาร์ทนีย์ นักแต่งเพลงชื่อดังที่โด่งดังในยุคสมัยพ่อของเรายังหนุ่ม เคยแต่งเพลงเกี่ยวกับตัวเองว่าจะเป็นอย่างไรตอนอายุ 60 เอาไว้ และมันใช้เวลาไม่นานนักที่ตัวเขาจะแตะถึงอายุนี้ มันจึงไม่ใช่ช่วงเวลาที่ยาวนานเท่าไรเท่าที่ฉันรู้สึก เผลอๆ นายอาจพบว่าช่วงเวลาที่ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้ กับช่วงเวลาที่นายกำลังอ่านตอน 80 มันสั้นเกินกว่าที่ฉันคิดก็ได้

และที่ยังไม่ส่งให้ตอนอายุ 70 เพราะคิดว่านายคงเพิ่งเกษียณตัวเองจากการทำงานหนัก ฉันรู้นิสัยนายดีว่านายชอบทำงานและตั้งใจจะทำงานตลอดชีวิต แต่น่าเศร้าที่ธรรมชาติมันมีวิธีการของมันให้เรายอมรับกับอะไรบางอย่าง ตัวฉันเองวันนี้ก็มีอายุมากพอที่จะเข้าใจว่าร่างกายมันเปลี่ยนผ่าน มันมีพัฒนาการถึงจุดหนึ่งและเริ่มเสื่อมถอย ฉันหวังเพียงอย่างยิ่งว่าวิธีการใช้ชีวิตของฉันและการแพทย์ในยุคสมัยของนาย จะส่งผลให้นายทำงานได้ถึงอายุ 70 โดยที่สมองยังเฉียบคมอยู่ มันเป็นความกังวลใจของฉันที่รู้ว่าเรามีปู่ที่มีอาการอัลไซเมอร์ตอนช่วงอายุ 70 และทวดตอนอายุ 90 ณ เวลานี้ฉันยังไม่รู้ว่าพ่อของเราจะเดินตามรอยนี้หรือไม่ แต่ถ้าหากโรคนี้มันเกิดจากธรรมชาติและพันธุกรรม ฉันต้องขอแสดงความเสียใจกับนายด้วย เพราะทุกวันนี้ฉันรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติในหัวสมองที่ส่งผลต่อการพูดมาตั้งแต่เด็ก Stutter/Cluttering ในตอนที่เขียนอยู่นี้อาการการพูดติดขัดลดเหลือเพียง 1% โดยประมาณ ซึ่งก็น่าจะเกิดจากอายุที่มากขึ้น ความแปรปรวนในการทำงานของสมองนั้นลดลง แต่คุณอาของเราในวัย 50 ก็มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการพูดเหมือนกัน ดังนั้นฉันเลยไม่แน่ใจว่าที่ฉันดีขึ้นเพราะฉันพยายามรักษาตัวเองหรือเปล่า

กรณีที่นายโชคดี อาการหลงๆ ลืมๆ ที่อาจเกิดขึ้นตอนอายุเยอะมากไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม หรือการแพทย์ค้นพบความลับของโรคภัยนี้ และการใช้งานสมองอย่างต่อเนื่องโดยตลอดจะช่วยลดความเสื่อมถอยของสมองได้ ฉันก็ขอให้ผลที่ฉันทำมาตลอดชีวิตต่อเนื่องไปจนถึงตอนที่นายอ่านจดหมายนี้อยู่จะช่วยให้สมองนายทำงานได้อย่างดี

ที่ฉันเขียนถึงนายตอนอายุ 80 ก็เพราะว่าบุคคลต้นแบบของฉันอีกคนหนึ่งคือปู่ลีกวนยิว นั้นยังทำงานได้ดีแม้จะอายุ 80 กว่าแล้วสมองก็ยังคงเฉียบคมอยู่ การมีอายุถึง 80 ปี ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในยุคสมัยของฉันเล็กน้อย ซึ่งหมายความว่าถ้านายมีชีวิตอยู่จนถึงได้อ่านจดหมายฉบับนี้ตามเวลานัด ก็แสดงว่านายโชคดีกว่าคนส่วนใหญ่ในยุคสมัยของฉันแล้ว จะด้วยเหตุผลทางการแพทย์หรือเพราะเราพยายามประพฤติตัวส่งเสริมด้วยก็ตาม

แต่ไม่ว่านายจะยังมีชีวิตอยู่ถึงตอนที่ได้อ่านจดหมายนี้หรือไม่ สิ่งที่ฉันกังวลใจมากกว่าการมีอายุยืนยาวคือ… (นายคงจะเดาได้) “การที่เรามีชีวิตอยู่อย่างไร”

นายคงจะรู้ดีได้ว่าสิ่งที่ฉันแคร์คือ

วิธีการ มากกว่าหรือเท่ากับ ผลลัพธ์

การอยู่ร่วมกัน มากกว่าหรือเท่ากับ การมีชีวิตอยู่ของตัวเอง

การเปิดใจรับทัศนคติของคนรุ่นใหม่ มากกว่าหรือเท่ากับ การบอกพวกเขาถึงทัศนคติของตัวเอง

การกินอยู่หลับนอน มากกว่าหรือเท่ากับ การสะสมเงินทอง

การเดินทาง มากกว่าหรือเท่ากับ การทำบ้านให้น่าอยู่

การสร้างสรรค์ มากกว่าหรือเท่ากับ การใช้ชีวิตเพื่อเสพย์ความสบาย

การเรียนรู้สิ่งใหม่ มากกว่าหรือเท่ากับ การต่อยอดหรือเสริมสร้างความรู้เดิม

การฟัง มากกว่าหรือเท่ากับ การพูด

การอ่าน มากกว่าสิ่งอื่นใด เพราะฉันชอบอ่านทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น บท (Text) บริบท (Context) ความนึกคิด (Mind) ภาพ (Visual) เสียง (Audio) หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อมทุกอย่างที่มากระทบประสาทการรับรู้ของฉัน

แต่กว่าจะถึงวันนั้น นายอาจเปลี่ยนแปลงอะไรอีกหลายอย่าง นายอาจเห็นแก่ตัวมากขึ้น (จากที่เดิมฉันก็เป็นคนที่เห็นแก่ตัวสุดๆ อยู่แล้ว) นายอาจมีอารมณ์หงุดหงิด โมโหง่ายขึ้นจากวัยและฮอร์โมน หรือด้วยเหตุผลใด ฉันก็จะไม่โกรธนายและพยายามจะคิดว่ามันเป็นเรื่องของธรรมชาติ

สิ่งใดที่ฉันเคยเห็นว่าเป็นนิสัยในแนวทางของเผด็จการของคนแก่ในยุคสมัยของฉัน สิ่งนั้นฉันจะพยายามหลีกเลี่ยง และไม่อยากเห็นนายมีพฤติกรรมเหล่านั้น โดยเฉพาะพฤติกรรมบังคับลูกหลานให้ทำหรือเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันไม่ชอบที่สุด และเป็นสิ่งที่ฉันคิดว่าฉันโชคดี ที่พ่อของเราแม้จะมีบางส่วนถอดแบบมาจากบรรพบุรุษ แต่ไม่เคยทำแบบนั้น ทว่าให้อิสระเรามากกว่าญาติพี่น้องอื่นๆ ในวัยเดียวกับเราจะได้ ฉันจึงหวังว่าเรื่องหลังสุดนี้ จะไม่เป็นเรื่องที่ทำให้นายต่างกับฉันราวกับเป็นคนละคน

นี่คงเป็นเรื่องเดียวที่ฉันคาดหวังกับนาย โดยที่รู้ดีว่าความคาดหวังเป็นจุดเริ่มของความเจ็บปวด ปกติแล้วฉันจึงไม่คาดหวังอะไร แต่การคาดหวังกับตัวเองในอนาคตนั้นคงเป็นเรื่องที่ยกเว้นกันได้

แม้ว่าจะชอบคิดถึงอนาคตในแง่มุมต่างๆ แต่ก่อนนั้นฉันไม่มีภาพของนายในหัว มันเบลอ เพราะฉันก็คิดไม่ออกว่าจะเห็นตัวนายตอนอายุ 80 ได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม เมื่อฉันเขียนจดหมายถึงนาย ฉันมีภาพนายที่ชัดเจนขึ้นมาเยอะมาก นั่นทำให้ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะทำงานหนักและทำงานอย่างฉลาดเพื่อสะสมส่วนเกินทางเศรษฐกิจที่มากพอ เพื่อให้นายใช้ชีวิตหลังเกษียณได้ไม่ลำบากนัก แม้ฉันจะหวังลึกๆ อีกว่าในวัย 80 นายยังสามารถทำงานได้ไม่แพ้วัยหนุ่มของนายก็ตาม

ในวันเกิดครบรอบ 80 ปี ขอให้นายสุขภาพแข็งแรง ฉลองวันเกิด 80 ปีอย่างระมัดระวัง ขอบคุณที่อ่านจนจบ ฉันจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้นายมีชีวิตอยู่จนได้อ่านจดหมายฉบับนี้

ปล. ถ้าหากคุณแม่เรายังมีชีวิตอยู่ ซึ่งก็น่าจะมีอายุประมาณ 100 กว่าปีแล้ว ก็ฝากสวัสดี และส่งความรักความคิดถึงไปยังคุณแม่ของเราด้วย

ปล2. ถ้านายยังสงสัยว่าทำไมไม่เขียนถึงตัวเองตอนอายุ 90 แล้วล่ะก็ ฉันฝากนายเขียนถึงเขาด้วยละกัน ;D

หมายเหตุ จดหมายฉบับนี้ถูกตั้งปฏิทินเตือนให้อ่านในวันที่ 17 กรกฏาคม 2061 ด้วยความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโปรโตคอล CalDAV จะยังคงถูกใช้อยู่ในวันนั้น

Perthz Room in 3D

แม้ว่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำเกม 3D มาพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับ 3D Production ใดๆ เลย ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา มีโอกาสได้ Refesh อะไรหลายๆ อย่าง รวมไปถึงการไปแตะเรื่องใหม่ๆ อย่าง 3D ด้วย

วิดีโอที่เห็นนี้ อาจยังไม่ใช่ระดับอาชีพที่มีความสมจริงสูง และมีความผิดพลาดจากอะไรที่ผมเองก็หาคำตอบไม่ได้ แต่ในเมื่อทำมาแล้ว ก็อยากนำมาแสดงครับ More to Come Soon.

Streaming Any Video File From Mac to Apple TV via AirPlay Without Jailbreak it.

  • Using AirFlick
  • AirFlick needs VLC installed
  • AirFlick also needs mediastreamsegmenter component that is not exists in Lion.
  • Find mediastreamsegmenter in Snow Leopard /usr/bin/ and places it the same place. (Super Admin Required)
  • Finally we almost there but non-Apple TV codec is also need something to transcode its.
  • Yes, we need Air Video Server do that. Download, Setup and relaunch AirFlick to refresh video list.

Irony: Air Video Server can work without mediastreamsegmenter but AirFlick request it if we want to streaming non-Apple TV Stuff without any transcoding.

Conclusion, We need all these.

AirFlick : AirPlay App to Streaming to Apple TV. Need VLC and mediastreamsegmenter (in case using Lion) to work together.

Air Video Server : (Normally from Mac to iPad) Transcode any video codec to Apple TV format but no external control such as navigation and subtile, only video content.

OLPC XO 3.0 คำตอบสุดท้ายของรัฐบาลไทยต่อ Tablet

More info at theverge.com

มีคนทำวิจัยมาให้เรียบร้อย ในผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับเด็กๆ ในราคาที่ถูกกว่าคิดเองทำเอง

เรายังจะมีทางเลือกอื่นใดอีกเล่า?

รูปแบบของ TV จะถูกเปลี่ยนโฉมใหม่ในอีกไม่นาน

ปัญหาของ TV

TV หรือโทรทัศน์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า (Application) ที่เราพบเห็นได้ทุกที่ แต่ตัวมันเองเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ออกแบบมาจากผู้ผลิตหลายกลุ่ม ตั้งแต่ตัว เครื่องทีวี เอง ระบบการออกอากาศ ไปจนถึง ผู้ผลิตเนื้อหา ให้มัน ซึ่งถ้าสองส่วนแรกออกแบบมาอย่างชวนสับสนแล้ว มันอาจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราจะเข้าไม่ถึงส่วนที่ 3 คือ เนื้อหา

ส่วนแรกที่ผู้ใช้ทุกคนต้องเจอคือการควบคุมทีวี ซึ่งแต่ละผู้ผลิตมีความต่างกัน อย่างไรก็ตามส่วนนี้อาจใช้ความเคยชินบางอย่างที่พอคุ้นเคยแล้วไม่ได้เป็นปัญหาเท่าไร เช่นการจัดการกับ Remote Controller การที่เรารู้ว่าจะเปลี่ยนช่องเป็นสัญญาณ HDMI หรือ AV หรือ Components ฯลฯ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่ส่วนที่เป็นปัญหาต่อผู้ใช้ที่มีประสบการณ์เท่าไร

จุดเริ่มของปัญหาคือส่วนที่สอง ที่มีความหลากหลายมากกว่ามาก กรณีที่เป็นเสาอากาศแบบโบราณ เราต้องทำการจูนช่องด้วยตัวเอง กรณีเป็น Topbox เช่นจากบริษัทเคเบิ้ล หรือจานดาวเทียม เราต้องเรียนรู้ที่จะจัดการกับมันต่างหากจากทีวี ซึ่งถ้าผู้ใช้เคยชินกับระบบนึง พามาเจอกับอีกระบบนึงก็ถือว่าต้องมาเรียนรู้กันใหม่ เช่นจากเคเบิ้ลท้องถิ่น มาเป็นจานรับสัญญาณดาวเทียม

ซึ่งถ้าหากทั้งสองส่วนเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราจะเข้าถึงเนื้อหาของทีวีที่เราต้องการไม่ได้ ก็หมายความว่ามันคือกล่องที่ไร้ประโยชน์

ยกตัวอย่างง่ายๆ เราเดินทางไปต่างจังหวัด ถ้าเป็นโรงแรมที่ซีเรียสกับเรื่องทีวี พวกเขาจะทำระบบกดช่องง่ายๆ ให้ เช่นช่อง BBC กด 1 ช่อง ESPN กด 2 เป็นต้น อันนี้คือการควบคุมประสบการณ์ใช้งานแบบเบ็ดเสร็จ (Total Experience Control) ที่ดีมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกโรงแรมจะเป็นแบบนี้

กรณีโรงแรมเป็นสมาชิกเคเบิ้ลแบบเถื่อน ก็จะคล้ายๆ กับตัวอย่างบน เพียงแต่จะไม่บอกช่องให้ เราจำเป็นต้องสุ่มช่องไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอช่องที่เราต้องการ

หรือโรงแรมฮิปๆ แต่ราคาถูก มักใช้จานดาวเทียมเพื่อแก้ปัญหาลิขสิทธิ์เนื้อหา ซึ่งกรณีที่เราไม่เข้าใจว่ากล่อง Topbox ของจานดาวเทียมมันต่อกับทีวียังไง ก็จบครับ

ช่วงหนีน้ำท่วม ผู้เขียนได้มีโอกาศเข้าพักในหลายๆ โรงแรม และบางครั้งเราอยากดูทีวีช่องฟรีเพื่อติดตามข่าวบ้าง ก็พบปัญหาเหล่านี้ เลยทำให้เข้าใจว่าทำไมทั้ง Google หรือ Apple ต่างก็มีแผนจะเปลี่ยนโฉมวงการทีวีใหม่ ซึ่งก็คงไม่พ้นองค์ประกอบสามอย่างที่กล่าวมาข้างต้น

องค์ประกอบสามอย่าง เครื่องแสดงภาพ เครื่องรับสัญญาณ และการส่งเนื้อหา

เครื่องแสดงภาพในที่นี้หมายถึงจอภาพนั่นเอง ปัจจุบันทั้ง Google และ Apple ต่างก็ยังไม่ได้ทำส่วนนี้เป็นของตัวเอง กรณี Apple อาจจำหน่ายจอ LED ในแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องแสดงภาพทีวีได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งคู่เริ่มมีผลิตภัณฑ์ Topbox หรือเครื่องรับสัญญาณที่เป็นหัวใจสำคัญของทีวีในวันนี้มาก่อนแล้ว ซึ่งมันอาจฝังตัวอยู่กับจอภาพ หรือเป็นกล่องแยกต่างหาก

แต่ส่วนที่จะเปลี่ยนโฉมวงการทีวีได้คือการกระจาย Content คือทุกวันนี้เราจะมี Content สองประเภทบนทีวี คือแบบ Program ปกติ และ Live Program (ถ่ายทอดสด)

ทุกวันนี้ ผู้ผลิต Content ส่วนใหญ่ต่างก็มีช่องทางการเผยแพร่่ผ่าน Internet / Webbrowser / Podcast อยู่แล้ว ที่ยังขาดคือ Content ประเภท Live ซึ่งพอมีบ้างในบางโอกาส

แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาเรายังไม่มี Platform หลักที่รวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน

Apple TV ในปัจจุบันทำได้เพียง Content ที่ไม่ได้ถ่ายทอดสด เพียงแค่พวกเขาสามารถสร้างระบบที่ผู้ผลิตเนื้อหาแบบถ่ายทอดสดเข้ามาอยู่ในระบบที่กระจายภาพผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ก็เป็นอันว่าเกมเปลี่ยนครับ ผู้ชมจ่ายค่าดู Live จะรายครั้ง รายเดือน ฯลฯ ผู้ผลิตเนื้อหาไม่ต้องทำระบบกระจายสัญญาณเอง (Broadcasting Platform)

ซึ่งถ้าพิจารณาองค์ประกอบทั้งสามอย่างแล้ว ทั้งหมดไม่ใช่ของใหม่ทั้งหมด (ยกเว้นการถ่ายทอดสด) เคยมีมาเกือบ 20 ปีได้ เพียงแต่ที่ผ่านมาระบบแบบนี้กระจาย (Fragmentation) ของไทยก็แบบนึง ของฝรั่งก็แบบนึง ที่สำคัญราคาต่อคุณภาพยังแพง เช่น 15 ปีที่แล้ว ผู้เขียนสามารถซื้อหนังแบบดูครั้งเดียว คุณภาพระดับ SD (ทีวีทั่วไป) ในราคา 150 บาทจากผู้ให้บริการเคเบิ้ลท้องถิ่น ซึ่งแพงกวาราคาชมในโรงภาพยนต์ที่ดีที่สุดในวันนั้นเสียอีก

จะเป็นอย่างไร หากเรามี TV ที่แม้จะผลิตโดยผู้ผลิตต่างกัน แต่เปิดมาแล้วเจอหน้าตาคล้ายๆ กัน มีเมนูช่องสำคัญที่เข้าดูได้ง่ายเพียงคลิกเดียว อยากดูภาพยนต์เรื่องใหม่ล่าสุดหรือดูถ่ายทอดสดฟุตบอลก็เลือกดูได้ทันทีโดยการจ่ายเงินที่สมเหตุผลตามค่าครองชีพ และที่ไปไกลเกินกว่าอดีตที่ผ่านมาคือสามารถเลือกซื้อเกมคอมพิวเตอร์มาเล่นได้ด้วย ลืม Console แบบเก่าๆ ไปได้เลย เพราะตอนนี้เราสามารถเล่นเกมและดูหนัง ดูข่าวได้ผ่านอุปกรณ์เครื่องเดียว

จะเป็นอย่างไร หากเราต้องเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง หลังจาก Checkin ในโรงแรมแล้ว เปิดทีวีในห้องพบว่ามันมีช่องสำคัญที่เราชอบดูรอไว้เลย (Personalization) ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลเกินกว่าจินตนาการ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในเร็ววัน ผ่านวิธีการควบคุมประสบการณ์ดูทีวีโดยเบ็ดเสร็จของบริษัทใหญ่ไม่กี่ราย ผู้ชมได้ประโยชน์ คนทำเนื้อหาได้ประโยชน์สามารถทำกำไรได้บ้าง และเจ้าของ Platform นั้นจะรวยมหาศาล

ใครใช้ Mac และอยากได้ IE9 ไว้ทดสอบเว็บ ลองทำตามขั้นตอนง่ายๆ นี้ดูครับ

จุดเด่นของ VirtualBox

คือนอกจากที่มันฟรีแล้ว เรายังสามารถโหลด plugin มาเพิ่ม ซึ่งเป็น plugin ที่ใช้ประโยชน์ได้ทันที เช่นหากเราอยากรันเฉพาะ IE9 เพื่อทดสอบงานออกแบบเว็บ โดยไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งใหม่ 

หลังจากติดตั้ง VirtualBox แล้วให้รันคำสั่งนี้ใน Terminal ครับ

curl -s https://raw.github.com/xdissent/ievms/master/ievms.sh | IEVMS_VERSIONS="9" bash

มันจะดาวน์โหลด IE9 ในระบบ แล้วสามารถเรียกเปิดจาก VirtualBox ได้เลย แม้ว่ายังคงเป็น Virtual Machine Instance อยู่ (Windows 7) แต่วิธีการแบบนี้ซื้อผมได้จริงๆ

Perthz Manifesto (2012)

คิดและออกแบบช่วงปลายปีที่แล้ว แต่จัดและแก้ไขจนพอจะนำมาแสดงต่อสาธารณะได้ทันปีใหม่พอดี ถือเป็น ส.ค.ส อย่างหนึ่ง นับตั้งแต่ใบสุดท้ายที่จัดทำตอนชั้นประถมครับ

Screen_shot_2011-12-31_at_15

แนวคิดของ **Perthz Manifesto** นั้นไม่มีอะไรแปลกใหม่ เพียงแต่เป็นการผสมผสานสิ่งที่มีคนทำมาก่อนแล้ว เช่นการประกาศ Manifesto อย่างง่าย และแนวคิดของ Words Clock จับมันมายำด้วยการแสดงผลบน Web Browser

ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิค ตอนนี้จะสามารถดูได้ด้วย Web Browser ระดับ Cutting Edge อย่าง Safari, Chrome หรืออย่างน้อยบน IE9 เท่านั้น ซึ่งแต่ละอันก็ยังแสดงผลต่างกันเล็กๆ น้อยๆ ในรายละเอียดครับ

Enjoy!

สาวๆ อย่าตกหลุมพลางใช้คำว่า ชะนี กับ ป้า

เหตุผล

คำว่า “ชะนี” น. เป็นอุปลักษณ์ (Metaphor) ที่เริ่มต้นใช้โดยกระเทย เพื่อตั้งใจตัดกำลังคู่แข่ง

ส่วน “ป้า” น. เดิมใช้กับพี่สาวของพ่อแม่ แต่ปัจจุบันสาวอายุ 20-21 ต่างก็ถูกเรียกโดยคนที่อายุน้อยกว่าปีนึงได้ เราคงไม่ต้องพูดถึงสาวอายุ 30 หรือมากกว่านั้น

ทั้งสองคำใช้ตัดกำลังคู่แข่งในทาง Perception

ถ้าคุณเป็นผู้หญิง Heterosexual ไม่ว่าจะวัยไหน อย่าตกหลุมพลางด้วยการใช้คำว่าป้าและชะนีอีกเลยครับ ;D

พจนานุกรมฉบับคึกฤทธิ์ (2520)

ช่วงนี้ศึกษางานของ Kukrit (ชอบเขียนชื่อนี้เป็นภาษาอังกฤษเพื่อตัดบริบททางยศฐาบรรดาศักดิ์) เลยมีคนใจดีส่งพจนานุกรมฉบับคึกฤทธิ์ (2520) มาให้ อ่านสนุกดี บางอันเราอาจไม่อินเท่าผู้เขียน แต่หลายๆ คำนั้นร่วมสมัยมาก คลิกเพื่ออ่าน

ที่ชอบยกมาดังนี้ครับ

ทรราช น. คนที่มีคนกราบไหว้ทั้งตลาด

ดิรัจฉาน น. สัตว์อื่นๆ ที่ไม่ใช่มนุษย์จึงปราศจากความชั่วร้ายของมนุษย์

ประเทศ น. สิ่งที่ทุกคนหวงแหน แต่ก็ทําให้เสื่อมโทรมลงทุกวัน

ด่วน ว. คําที่ใช้ในตรายางประทับหน้าซองหนังสือราชการถ้า ด่วน เฉยๆ ก็โยนทิ้งเอาไว้ได้เป็นแรมปี ไม่ต้องเปิด ถ้าด่วนมากก็เก็บเอาไว้ได้สักเดือน ถ้าด่วนที่สุดก็ทำลืมมันเสียเลย เพราะเปิดออกมาก็มีแต่เรื่องที่ไม่เป็นมงคล

กระจก น. แก้วแผ่นสําหรับส่องหน้า ซึ่งหนังสือพิมพ์อ้างว่าตนเป็นเพื่อ ให้รัฐบาลมองเห็นหน้าของ ตัวเองตาม ความเป็นจริง แต่พอรัฐบาลส่องเข้าจริง กลับเห็นหน้าคนทําหนังสือพิมพ์ แทนที่จะเป็นคน ในรัฐบาล

กฏอัยการศึก น. กฏซึ่งใช้บังคับนานจนคนลืม หรือกฏซึ่งคุ้มครองการกระทําของทหารไม่ให้ผิด กฏหมาย

กฏหมาย น. กฏที่มีไว่ให้คนเลี่ยง

กรรมการ น. คณะบุคคลซึ่งตั้งขึ้นพิจารณาเรื่องต่างๆ ที่หาทางแก้ไขไม่ได้เพราะหมดปัญญา เมื่อแถลงข่าวว่าได้ตั้งกรรมการขึ้นพิจารณาแล้ว ก็มักกลายเป็นคลื่นกระทบฝั่งไปเพียงแค่นั้น

กรรมาธิการ น. มีเบี้ยประชุมแพงกว่ากรรมการและเป็นได้นานกว่า

เปลือย ว. ไม่นุ่งผ้า ถ้าไปทําที่แถวๆ พัฒน์พงศ์ก็ได้สตางค์ไปเลี้ยงผัวได้สักคนสองคน

วิธีทำธุรกิจของ Trueที่เราไม่ชอบ

  1. Spam SMS มันมีมูลค่ามหาศาลสำหรับเจ้าของเครือข่าย แต่มันน่ารำคาญสำหรับลูกค้า
  2. การเปลี่ยนแปลง product ในทางที่ดี แต่ขายในชื่อใหม่ เช่น Ultra Hi-Speed หรือ TrueMoveH ที่ต้องเสียเวลาลูกค้าเก่ามาทำการอัพเกรด แทนที่จะทำให้มัน Seamless เพราะถ้าไม่มีการคิดเงินเพิ่ม ลูกค้าที่ผูกการ subsription ที่เขาจ่ายเงินให้คุณต่อเนื่อง คุณไม่อยากเอาใจเขาหรอ?